⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8929/2561

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8929/2561

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบยาเสพติดในที่พักหลังจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมยาเสพติดก่อน ไม่ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ให้ลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวนหนึ่งที่บริเวณลานจอดรถ และนำไปตรวจค้นยึดได้ที่ในห้องพักอีกจำนวนหนึ่งเป็นการที่เจ้าพนักงานตำรวจไปตรวจค้นที่พักพบของกลางตามปกติในทางปฏิบัติเกี่ยวกับการกระทำความผิดลักษณะนี้อยู่แล้ว ไม่ถือว่าเป็นการให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในอันที่จะให้ลงโทษจำเลยน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 65 วรรคสอง, 66 วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ลงโทษประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (1) คงจำคุกตลอดชีวิต ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติเบื้องต้นตามทางนำสืบของโจทก์และจำเลยว่าจำเลยเป็นคนต่างชาติ สัญชาติอิหร่าน มีภริยาเป็นคนไทย เดินทางเข้ามายังประเทศไทยครั้งล่าสุดทางสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2558 ต่อมาวันที่ 13 กันยายน 2558 เวลา 0.30 นาฬิกา จำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมที่บริเวณลานจอดรถฟูดส์มาร์ทขณะขับรถจักรยานยนต์เข้ามาจอด พร้อมเมทแอมเฟตามีนชนิดเกล็ด ยึดได้จากจำเลยในขณะนั้น 1 ถุงพลาสติก และให้จำเลยนำไปตรวจค้นที่ห้องพักภายในอาคารชุดริมหาดคอนโด ยึดได้จากในตู้เสื้อผ้าในห้องพักอีก 1 ถุงพลาสติก รวมคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 48.847 กรัม เป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี จำเลยให้การรับสารภาพข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายไม่อุทธรณ์ฎีกา ข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายฟังยุติ คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อหานำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตว่าจำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า ความผิดข้อหานี้โจทก์มิได้บรรยายฟ้ององค์ประกอบความผิดว่าเป็นการกระทำเพื่อจำหน่าย เพียงแต่ระบุบทมาตราความผิดขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 65 วรรคสอง ไว้ในคำขอท้ายฟ้องเท่านั้น การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นฟังลงโทษจำเลยฐานความผิดข้อหานี้ว่าเป็นการกระทำเพื่อจำหน่ายย่อมเป็นการไม่ชอบ เพราะเกินคำขอนอกเหนือที่กล่าวในฟ้องต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 ปัญหาว่าจะลงโทษได้เพียงใด เห็นว่า ในชั้นพิจารณาโจทก์มีแต่ผู้จับกุมสองปากคือ ร้อยตำรวจเอก อาคม และดาบตำรวจ สุขวสันต์ มาเบิกความประกอบบันทึกการจับกุม ยืนยันข้อเท็จจริงได้เพียงว่า ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีชายต่างชาติชาวอิหร่านซึ่งก็คือจำเลยจะนำเมทแอมเฟตามีนชนิดเกล็ดมาส่งมอบแก่ลูกค้าที่บริเวณลานจอดรถที่เกิดเหตุ จึงนำกำลังไปซุ่มดู เข้าจับกุมจำเลยได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลางยึดได้จากจำเลยในขณะนั้น 1 ถุง และให้นำไปยึดได้จากในห้องพักอีก 1 ถุง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และมีพนักงานสอบสวนอีกปากคือ ร้อยตำรวจเอก ขวัญชัย มาเบิกความประกอบคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยว่า ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ ซึ่งตามบันทึกการจับกุมได้มีการแจ้งข้อหาแก่จำเลยเพียงว่ามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เพิ่งมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่จำเลยในชั้นสอบสวนว่าจำเลยนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยอาศัยข้อเท็จจริงสืบเนื่องมาจากถ้อยคำบอกกล่าวของจำเลยในชั้นจับกุมว่านำเข้าเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเป็นสำคัญ โดยไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นใดอีกเกี่ยวกับการนำเมทแอมเฟตามีนของกลางจากนอกราชอาณาจักรเข้ามาในราชอาณาจักร คำรับของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ตลอดถึงคำเบิกความของผู้จับกุมและพนักงานสอบสวนในความผิดข้อหานี้ เป็นแค่คำพยานบอกเล่ามีน้ำหนักน้อย เมื่อไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่มีแหล่งที่มาเป็นอิสระต่างหากจากพยานหลักฐานหลักที่ต้องการพยานหลักฐานประกอบนั้นนำมาฟังประกอบ และจำเลยก็ให้การปฏิเสธข้อหานี้ ในชั้นพิจารณานำสืบว่าไม่ได้ให้การชั้นสอบสวนตามความเป็นจริง ทั้งเป็นคนต่างชาติด้วย ที่อาจมีปัญหาในการให้ถ้อยคำสื่อความหมายผ่านล่ามแปล นับว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มั่นคงพอให้รับฟังลงโทษจำเลยโดยปราศจากข้อสงสัย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นฟังลงโทษจำเลยข้อหานี้ด้วยนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น ที่จำเลยฎีกาต่อมาตอนท้ายเกี่ยวกับความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายว่าจากพฤติการณ์ที่จำเลยนำเจ้าพนักงานตำรวจไปตรวจค้น พบเมทแอมเฟตามีนของกลางอีกจำนวนหนึ่ง จำเลยควรได้รับประโยชน์ ปรับบทลงโทษในสถานเบาตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 นั้น เห็นว่า การที่จำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวนหนึ่งที่บริเวณลานจอดรถ และนำไปตรวจค้นยึดได้ที่ในห้องพักอีกจำนวนหนึ่ง เป็นการที่เจ้าพนักงานตำรวจไปตรวจค้นที่พักพบของกลางตามปกติในทางปฏิบัติเกี่ยวกับการกระทำความผิดลักษณะนี้อยู่แล้ว ไม่ถือว่าเป็นการให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในอันที่จะให้ลงโทษจำเลยน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 ได้ ฎีกาจำเลยข้อหลังนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาข้ออื่นของจำเลยนั้น ไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่มีผลทำให้คำพิพากษาเปลี่ยนแปลง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานนำเมทแอมเฟตามีนเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย ลงโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 2,000,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 25 ปี และปรับ 1,000,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 (ที่แก้ไขใหม่) หากต้องถูกกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกินกว่าหนึ่งปี แต่ไม่เกินสองปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8929/2561 พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา โจทก์ นาย ร. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา · จำเลย - นาย ร.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปานนท์ กัจฉปานันท์ · พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง · ฉกาจกิต พัฒนานุพงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทยา - นายพันธุ์สยาม ห้วยแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นายสุชิน ต่างงาม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.295/2561
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา