⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3766/2562

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3766/2562

ป.อาญา ม.29, 30, 32 ฯลฯ · พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 7, 8 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขกฎหมายที่บทบัญญัติความผิดและบทกำหนดโทษไม่แตกต่างไปจากเดิม ไม่ถือเป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องใช้กฎหมายที่ใช้บังคับในขณะกระทำความผิด และศาลฎีกามีอำนาจยกข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยขึ้นวินิจฉัยและปรับบทลงโทษให้ถูกต้องได้

ย่อคำพิพากษา

ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาได้มี พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 มาตรา 8 และมาตรา 17 ยกเลิกความในมาตรา 26, 75 และมาตรา 76 แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 โดยให้ใช้และเพิ่มความใหม่แทน โดยความผิดฐานนำพืชกระท่อมเข้ามาในราชอาณาจักร เพิ่มบทความผิดมาตรา 26/2 มีบทกำหนดโทษในมาตรา 75 วรรคสาม ความผิดฐานมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เพิ่มบทความผิดมาตรา 26/3 มีบทกำหนดโทษในมาตรา 76/1 วรรคสี่ แต่เนื่องจากบทความผิดและบทกำหนดโทษตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่กับกฎหมายเดิมไม่แตกต่างกัน จึงไม่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 ต้องใช้กฎหมายในขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลยที่ 1 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและปรับบทให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 ม.17 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.26 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.75 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.76 พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ม.3

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8 26, 75, 76/1, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 83 ริบของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 75 วรรคสอง, 76/1 วรรคสี่ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันนำพืชกระท่อมเข้ามาในราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 2 ปี และปรับคนละ 200,000 บาท จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คำรับชั้นจับกุมและทางนำสืบของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี 6 เดือน และปรับ 150,000 บาท คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี และปรับ 100,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยโจทก์และจำเลยที่ 1 ไม่โต้แย้งในชั้นฎีกาว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยทั้งสองถูกนายประยงค์ เจ้าพนักงานศุลกากร ด่านศุลกากรสะเดา กับพวกจับกุมพร้อมยึดใบพืชกระท่อมสดห่อถุงพลาสติกรัดยาง 1,234 มัด น้ำหนัก 184.10 กิโลกรัม ที่ซุกซ่อนอยู่ในเพดานและฝาผนังรถเป็นของกลาง โดยขณะนั้นจำเลยที่ 1 ขับรถตู้หมายเลขทะเบียน ฮย 6757 กรุงเทพมหานคร มีจำเลยที่ 2 นั่งอยู่เบาะข้าง จากประเทศมาเลเซียจะผ่านด่านศุลกากรสะเดาเข้ามาประเทศไทย ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา ตรวจพิสูจน์ใบพืชกระท่อมสดของกลางแล้วพบว่าเป็นพืชกระท่อมอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า นายประยงค์และนายก้องยศ พยานโจทก์เบิกความได้สอดคล้องต้องกันและสมเหตุสมผล ทั้งสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามบันทึกการตรวจค้น - จับกุมและบันทึกคำให้การในชั้นสอบสวนของนายประยงค์ที่ยืนยันว่าในชั้นจับกุมจำเลยทั้งสองให้การรับว่าได้รับการว่าจ้างให้ขับรถตู้จากประเทศมาเลเซียผ่านด่านศุลกากรสะเดาเข้ามาประเทศไทยและไปส่งที่จังหวัดยะลา พยานโจทก์ทั้งสองไม่รู้จักและไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่ 1 มาก่อน จึงไม่มีเหตุให้ต้องระแวงสงสัยว่าจะแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลยที่ 1 ให้ต้องรับโทษ เชื่อว่าพยานโจทก์ทั้งสองเบิกความตามความเป็นจริง เมื่อฟังประกอบกับข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยที่ 1 มีอาชีพขับรถแท็กซี่รับจ้างระหว่างพรมแดนประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย พยานโจทก์ทั้งสองเคยเห็นจำเลยที่ 1 ขับรถแท็กซี่เข้าออกพรมแดนเป็นประจำแล้ว ย่อมเป็นข้อสนับสนุนให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 รับจ้างขับรถตู้โดยคาดหวังว่าจะผ่านด่านได้โดยไม่ถูกสงสัยและตรวจค้น เมื่อพิจารณาว่าขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 อายุ 29 ปี มีอาชีพขับรถแท็กซี่รับจ้างเข้าออกพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย มีการทำประวัติของตนเองและรถให้ไว้ต่อด่านตรวจคนเข้าเมือง จำเลยที่ 1 ย่อมตระหนักได้ดีว่าการขับรถผ่านด่านจะต้องระมัดระวังเรื่องการนำสิ่งของผิดกฎหมายโดยเฉพาะยาเสพติดให้โทษเข้ามาในประเทศ การที่จำเลยที่ 1 นำสืบอ้างว่าไม่ได้ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวนนั้น แม้บันทึกคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 ระบุว่า จำเลยที่ 2 ชักชวนให้จำเลยที่ 1 กลับบ้านด้วยกันและขอให้จำเลยที่ 1 ช่วยขับรถตู้เพราะอ่อนเพลีย จำเลยที่ 1 จึงช่วยขับโดยไม่ทราบว่ามีพืชกระท่อมซุกซ่อนอยู่ในรถ แต่จำเลยที่ 1 ก็ให้การว่าเพิ่งรู้จักจำเลยที่ 2 ที่ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าปลอดภาษี จึงไม่สมเหตุสมผลที่จำเลยที่ 1 จะยินยอมขับรถตู้ข้ามพรมแดนให้จำเลยที่ 2 อันเป็นการเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายโดยง่าย และในชั้นจับกุมจำเลยที่ 1 ไม่ได้อ้างต่อพยานโจทก์ทั้งสองเลยว่าจำเลยที่ 2 ชักชวนให้กลับบ้านพร้อมกับรถตู้และถูกจำเลยที่ 2 หลอกลวงให้ขับรถ ทั้งไม่ปรากฏว่าในขณะนั้นจำเลยที่ 1 แสดงปฏิกิริยาต่อว่าจำเลยที่ 2 ที่หลอกลวงซึ่งโดยปกติแล้วบุคคลทั่วไปย่อมต้องกระทำเช่นนั้น จำเลยที่ 1 เพียงแต่อ้างว่าไม่ทราบว่ามีพืชกระท่อมซุกซ่อนอยู่ในรถ อันเป็นการเจือสมคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองที่ว่า จำเลยทั้งสองให้การรับว่าได้รับการว่าจ้างให้ขับรถตู้จากประเทศมาเลเซียผ่านด่านศุลกากรสะเดาเข้ามาประเทศไทย พยานหลักฐานของจำเลยที่ 1 ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานนำพืชกระท่อมเข้ามาในราชอาณาจักรตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น อนึ่ง ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาได้มีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 มาตรา 8 และมาตรา 17 ยกเลิกความในมาตรา 26, 75 และมาตรา 76 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 โดยให้ใช้และเพิ่มความใหม่แทน โดยความผิดฐานนำพืชกระท่อมเข้ามาในราชอาณาจักร เพิ่มบทความผิดมาตรา 26/2 มีบทกำหนดโทษในมาตรา 75 วรรคสาม ความผิดฐานมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เพิ่มบทความผิดมาตรา 26/3 มีบทกำหนดโทษในมาตรา 76/1 วรรคสี่ แต่เนื่องจากบทความผิดและบทกำหนดโทษตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่กับกฎหมายเดิมไม่แตกต่างกัน จึงไม่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 ต้องใช้กฎหมายในขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลยที่ 1 ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและปรับบทให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง วรรคสอง (เดิม), มาตรา 75 วรรคสอง (เดิม), 76/1 วรรคสี่ (เดิม) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 สำหรับโทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3766/2562 พนักงานอัยการจังหวัดนาทวี โจทก์ นาย ศ. กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนาทวี · จำเลย - นาย ศ. กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์ · เสรี เพศประเสริฐ · เรวัตร สกุลคล้อย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนาทวี - นายเจนรบ นครสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายชวิน อยู่เปนสุข
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.3307/2561

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 492/2539ฎีกา 959/2531ฎีกา 4/2508ฎีกา 1837/2531ฎีกา 6575/2551ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 9647/2557ฎีกา 7651/2552ฎีกา 8080/2538ฎีกา 2147/2521ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 917/2564ฎีกา 1795/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา