⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 142/2564

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 142/2564

ป.อาญา ม.33, 75, 78 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่สมคบเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์มีเพียงครั้งเดียวตั้งแต่แรกที่ทำการล่อซื้อบริการทางเพศ การกระทำครั้งต่อมาจึงเป็นการอาศัยการสมคบเดิมเท่านั้น มิใช่การสมคบขึ้นใหม่เป็นความผิดทุกครั้งที่มีการซื้อบริการทางเพศ และความผิดฐานสมคบเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์เป็นความผิดคนละกรรมกับความผิดฐานร่วมกันค้ามนุษย์

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยกับพวกพาผู้เสียหายที่ 1 อายุ 14 ปีเศษ และผู้เสียหายที่ 3 อายุ 15 ปีเศษ ไปขายบริการทางเพศ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2561 และวันที่ 19 สิงหาคม 2561 โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยกับพวกได้กระทำสิ่งใดอันเป็นการสมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ใหม่ การกระทำที่สมคบเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์มีเพียงครั้งเดียวตั้งแต่แรกที่พันตำรวจโท ก. กับพวกทำการล่อซื้อบริการทางเพศผู้เสียหายที่ 1 และที่ 3 จากจำเลยกับพวกครั้งแรก การที่จำเลยพาผู้เสียหายที่ 1 และที่ 3 ไปขายบริการทางเพศแก่สายลับที่ล่อซื้ออีกในวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 จึงเป็นเพียงการอาศัยการสมคบเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ตั้งแต่แรกที่เคยล่อซื้อบริการทางเพศมาแล้วเท่านั้น มิได้มีการกระทำอันเป็นการสมคบขึ้นใหม่อันจะเป็นความผิดทุกครั้งที่มีการซื้อบริการทางเพศ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานสมคบเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ที่ได้กระทำในวันที่ 15 มิถุนายน 2561 เพียงกรรมเดียว แต่ไม่มีความผิดฐานสมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ของวันที่ 19 สิงหาคม 2561 อีกกรรมหนึ่ง และความผิดฐานสมคบกันเพื่อการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์เป็นความผิดฐานคนละกรรมกับความผิดฐานร่วมกันค้ามนุษย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.222 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.75 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.282 ประมวลกฎหมายอาญา ม.317 ประมวลกฎหมายอาญา ม.319 พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ม.26 พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ม.78 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 ม.4 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 ม.9 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ม.4 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ม.6 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ม.9 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ม.52 พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 ม.6 พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 ม.142

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.222 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.75 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 6, 9, 52 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 4, 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91, 282, 317, 319 พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) (9), 78 ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่และถุงยางอนามัยของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคสองและวรรคสาม, 317 วรรคสาม, 319 วรรคแรก พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 วรรคสองและวรรคสาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6 (2), 52 วรรคสองและวรรคสาม พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) (9), 78 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุกว่าสิบห้าปีแต่ต่ำกว่าสิบแปดปี ลดมาตราส่วนโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ฐานร่วมกันพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีเพื่อการอนาจารและเพื่อหากำไรตามฟ้องข้อ 1.2 และข้อ 1.8 จำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน เป็นจำคุก 4 ปี 12 เดือน ฐานร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีเพื่อการอนาจารและเพื่อหากำไรโดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วยตามฟ้องข้อ 1.5 และข้อ 1.11 จำคุกกระทงละ 1 ปี เป็นจำคุก 2 ปี ฐานร่วมกันค้ามนุษย์ที่ได้กระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี ฐานเป็นธุระจัดหาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีเพื่อให้กระทำการค้าประเวณี ฐานเป็นธุระจัดหาเพื่อการอนาจารซึ่งเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น และฐานร่วมกันบังคับ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรอันมีลักษณะลามกอนาจาร ในส่วนของผู้เสียหายที่ 1 เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นธุระจัดหาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีเพื่อให้กระทำการค้าประเวณีตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 วรรคสาม ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 เมื่อจำเลยกระทำความผิดต่อผู้เสียหายที่ 1 ตามฟ้องข้อ 1.1 กับข้อ 1.3 และข้อ 1.7 กับข้อ 1.9 ต่างวันและเวลากัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 5 ปี เป็นจำคุก 10 ปี ฐานร่วมกันค้ามนุษย์ที่ได้กระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่ถึงสิบแปดปี ฐานเป็นธุระจัดหาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีเพื่อให้กระทำการค้าประเวณี ฐานเป็นธุระจัดหาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นโดยผู้นั้นยินยอม และฐานร่วมกันบังคับ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรอันมีลักษณะลามกอนาจาร ในส่วนของผู้เสียหายที่ 3 เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นธุระจัดหาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีเพื่อให้กระทำการค้าประเวณีตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 เมื่อจำเลยกระทำต่อผู้เสียหายที่ 3 ตามฟ้องข้อ 1.4 กับข้อ 1.6 และข้อ 1.10 กับข้อ 1.12 ต่างวันและเวลากัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน เป็นจำคุก 4 ปี 12 เดือน รวมจำคุกมีกำหนด 20 ปี 24 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 10 ปี 12 เดือน อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 142 (1) ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยไปควบคุมเพื่อฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกและอบรมบ้านอุเบกขา มีกำหนดขั้นต่ำ 3 ปี ขั้นสูง 4 ปี นับแต่วันพิพากษาโดยให้หักวันควบคุมระหว่างฝึกอบรม ให้จำเลยศึกษาเล่าเรียนการศึกษานอกโรงเรียนให้จบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ให้จำเลยฝึกอาชีพที่ถนัดอย่างน้อย 3 อาชีพ ให้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนและฝึกอบรม หากจำเลยมีอายุครบ 24 ปีบริบูรณ์แล้ว แต่ยังควบคุมตัวไม่ครบกำหนด ระยะเวลาฝึกอบรมเหลือระยะเวลาเท่าไหร่ ให้ส่งตัวจำเลยไปจำคุกที่เรือนจำจนกว่าจะครบระยะเวลาฝึกอบรมดังกล่าวต่อไปตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 142 วรรคท้าย ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่และถุงยางอนามัยของกลาง โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 9 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปีและบุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่ถึงสิบแปดปีตามฟ้องข้อ 1.1 และข้อ 1.4 อีกหนึ่งกรรมด้วยและไม่ใช่เป็นความผิดกรรมเดียวกันกับความผิดฐานร่วมกันค้ามนุษย์ตามคำฟ้องข้อ 1.3 และ ข้อ 1.6 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุกว่าสิบห้าปีแต่ต่ำกว่าสิบแปดปี ลดมาตราส่วนโทษลงกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 แล้ว ให้ลงโทษฐานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปีตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 52 วรรคสาม ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปีและบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ไม่ถึงสิบแปดปีตามฟ้องข้อ 1.7 และ ข้อ 1.10 สำหรับความผิดฐานร่วมกันค้ามนุษย์ที่ได้กระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่ถึงสิบแปดปี ฐานเป็นธุระจัดหาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีเพื่อให้กระทำการค้าประเวณี ฐานเป็นธุระจัดหาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นโดยผู้นั้นยินยอม และฐานร่วมกันบังคับ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรอันมีลักษณะลามกอนาจาร ในส่วนของผู้เสียหายที่ 3 เป็นการกระทำอันกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันค้ามนุษย์ที่ได้กระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่ถึงสิบแปดปีตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 52 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด เมื่อรวมกับโทษจำคุกในความผิดฐานอื่นของจำเลยที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้หลังจากลดโทษแล้ว 10 ปี 12 เดือน รวมเป็นจำคุกจำเลย 11 ปี 12 เดือน ให้เปลี่ยนโทษจำคุกของจำเลยเป็นส่งตัวจำเลยไปควบคุมเพื่อฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกและอบรมบ้านอุเบกขาตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาประการเดียวว่า การที่จำเลยกับพวกร่วมกันพาผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งขณะเกิดเหตุอายุ 14 ปีเศษ ไปขายบริการทางเพศ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2561 และวันที่ 19 สิงหาคม 2561 และพาผู้เสียหายที่ 3 ซึ่งขณะเกิดเหตุอายุ 15 ปีเศษ ไปขายบริการทางเพศ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2561 และวันที่ 19 สิงหาคม 2561 การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์และได้มีการกระทำความผิดตามที่ได้สมคบทุกครั้งที่จำเลยพาผู้เสียหายที่ 1 และที่ 3 ไปขายบริการทางเพศตามข้อ 1.1, 1.4, 1.7 และข้อ 1.10 ตามฟ้องนั้น ฎีกาของโจทก์ดังกล่าวเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6 ซึ่งศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษฟังข้อเท็จจริงว่า ก่อนที่พันตำรวจโท ก. กับพวกจะทำการล่อซื้อบริการทางเพศผู้เสียหายที่ 1 และที่ 3 จากจำเลยกับนาย ส. เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2561 และวันที่ 19 สิงหาคม 2561 จำเลยกับนาย ส. สมคบกันโดยใช้ชื่อบนแอปพลิเคชันว่า โจโฉหรือเจมส์ บ้านนา ผ่านสื่อออนไลน์ทางเฟซบุ๊ก เสนอขายบริการทางเพศ และแต่ละครั้งจำเลยมีหน้าที่ขับรถจักรยานยนต์พาผู้เสียหายที่ 1 และที่ 3 ไปส่งให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อตามสถานที่ที่สายลับนัดหมายเพื่อให้บริการทางเพศโดยแสดงตนว่า ชื่อ จ. และศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษฟังข้อเท็จจริงด้วยว่า แต่ละครั้งที่จำเลยพาผู้เสียหายที่ 1 และที่ 3 ไปขายบริการทางเพศ ไม่ปรากฏว่าจำเลยกับนาย ส. จะได้มีการกระทำสิ่งใดอันเป็นการสมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ใหม่ ดังนี้ เห็นได้ว่าการกระทำของจำเลยกับพวกที่สมคบเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์มีเพียงครั้งเดียวตั้งแต่แรกที่พันตำรวจโท ก. พยานโจทก์ทำการล่อซื้อบริการทางเพศผู้เสียหายที่ 1 และที่ 3 จากจำเลยกับนาย ส. เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2561 การที่จำเลยพาผู้เสียหายที่ 1 และที่ 3 ไปขายบริการทางเพศแก่สายลับที่ล่อซื้ออีก เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2561 จึงเป็นเพียงการอาศัยการสมคบเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ตั้งแต่แรกที่เคยล่อซื้อบริการทางเพศจากจำเลยกับนาย ส. มาแล้วเท่านั้น มิได้มีการกระทำอันเป็นการสมคบขึ้นใหม่อันจะเป็นความผิดทุกครั้งที่มีการซื้อบริการทางเพศจากจำเลยกับนาย ส. การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานสมคบเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์โดยได้กระทำแก่ผู้เสียหายที่ 1 อายุไม่เกินสิบห้าปีและผู้เสียหายที่ 3 อายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่ถึงสิบแปดปี เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2561 ตามฟ้องข้อ 1.1 และข้อ 1.4 อีกกรรมหนึ่งเพียงกรรมเดียว มิใช่เป็นความผิดทุกครั้งที่จำเลยกับพวกเป็นธุระจัดหาหรือชักพาผู้เสียหายที่ 1 และที่ 3 ไปเพื่อให้บุคคลนั้นทำการค้าประเวณี เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2561 อีก จำเลยไม่มีความผิดตามฟ้องข้อ 1.7 และข้อ 1.10 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ลงโทษนาย ส. พวกของจำเลยซึ่งกระทำความผิดมูลกรณีเดียวกันในคดีอาญาอีกเรื่องหนึ่งที่โจทก์แนบมาท้ายฎีกา แม้คดีดังกล่าวจะถึงที่สุด แต่หาได้มีผลผูกพันจำเลยในคดีนี้ไม่ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 142/2564 พนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัว โจทก์ นาย อ. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัว · จำเลย - นาย อ.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์ · ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรปราการ - นายสมศักดิ์ แก้วเจริญไพศาล · - นายอมรรัตน์ กริยาผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำยช.(อ)38/2563

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1645/2531ฎีกา 959/2531ฎีกา 4/2508ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 9647/2557ฎีกา 4180/2548ฎีกา 616/2484ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 531/2510ฎีกา 647/2563ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา