คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2469
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจะลงโทษจำเลยฐานวิวาทนั้น ต้องสืบให้ได้ความว่าทั้งสองฝ่ายสมัครเข้าทำร้ายกันเอง และจะนำข้อเท็จจริงในคดีหนึ่งไปลงโทษจำเลยในอีกคดีหนึ่งไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
พยาน วิธีพิจารณาที่จะลงโทษฐานวิวาทได้ ต้องสืบให้ได้ความว่าทั้ง สองฝ่ายต่างสมัคเข้าทำร้ายกันจะเอาข้อเท็จจริงในคดีเรื่องหนึ่งมาลงโทษจำเลย ในคดีอีกเรื่องหนึ่งไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
อัยการเปนโจทย์ฟ้องจำเลยขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๕๘ แลจำเลยต่างฝ่ายต่างเปนโจทย์ฟ้องกันเปน ๒ สำนวน หาว่าต่างฝ่ายต่างทำร้ายซึ่งกันและกัน ศาลรวมพิจารณาพร้อมกันทั้ง ๓ สำนวน แต่คดีระหว่างจำเลยได้ยุติเพียงชั้นศาลอุทธรณ์ คดีมาสู่ศาลฎีกามี แต่คดีที่อัยการเปนโจทย์ ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหมดฐานวิวาททำร้ายร่างกายสำนวนเดียว
ฎีกาตัดสินว่า โจทย์นำสืบไม่ได้ความว่าจำเลยต่างสมัคเข้าทำร้ายซึ่งกันและกัน คงได้ความว่าจำเลยฝ่ายหนึ่งเปนผู้ก่อเหตุทำร้ายจำเลยอีกฝ่ายหนึ่งขึ้นก่อนนั้น เปนข้อเท็จจริงในสำนวนที่นาย เกลี้ยงเปนโจทย์ฟ้องจำเลยซึ่งไม่ใช่สำนวนคดีของอัยการ แลคดีนั้นได้ยุติเพียงชั้นศาลอุทธรณ์แล้ว จะยกเอาข้อเท็จจริงในสำนวนโน้นมาลงโทษจำเลยในสำนวนนี้ไม่ได้ จึงให้ปล่อยตัวจำเลยไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2469
อัยการสระบุรี โจทก์
นายเกลี้ยง นายชุ่ม นายไป๋ แลนายสิน ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการสระบุรี · ล. - นายเกลี้ยง นายชุ่ม นายไป๋ แลนายสิน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พรหม · ศรี · พิพาก |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา