คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1420/2482
ย่อคำพิพากษา
บุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำผิดมาก่อนแม้จะเป็นความผิดฐานลหุโทษ ศาลก็รอการลงอาญาไม่ได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ข้อเท็จจริงได้ความว่า ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาฐานทำร้ายร่างกายส่วนลหุโทษ ถูกปรับมาครั้งหนึ่งแล้ว แล้วมากระทำผิดฐานชิงทรัพย์ในคดีนี้อีก
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา ๒๙๗ เมื่อลดโทษแล้วคงเหลือโทษจำคุก ๖ เดือน แต่ให้รอการลงอาญาไว้ตามมาตรา ๔๑,๔๒
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทีเดียว
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าตามมาตรา ๔๑ แห่งกฎหมายอาญามีความชัดว่า ได้กระทำผิดมาก่อน หาได้บัญญัติว่า ความผิดครั้งก่อนนั้นต้องไม่เป็นความผิดฐานลหุโทษ ฉะนั้นเมื่อได้ความว่าจำเลยต้องคำพิพากษามาก่อนแม้จะเป็นความผิดฐานลหุโทษ เพียงแต่ปรับก็ดีก็ไม่เป็นเหตุให้รอการลงอาญาในความผิดที่เกิดขึ้นครั้งหลังนี้ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1420/2482
อัยยการชลบุรี โจทก์
นายหม็อง แซ่ตั้ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการชลบุรี · จำเลย - นายหม็อง แซ่ตั้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · นิติศาสตร์ · เทฟโนต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระดุลยนาทนัยพิจิตย์ · ศาลอุทธรณ์ - พระวรวุฒิวินิจฉัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา