คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 506/2483
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเพิ่มโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 33 (เดิม) จะกระทำได้ต่อเมื่อจำเลยได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติฝิ่นมาแล้วครั้งหนึ่ง และได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติฝิ่นอีกครั้งหนึ่ง
ย่อคำพิพากษา
การที่จะเพิ่มโทษตาม พระราชบัญญัติฝิ่นนั้นจะต้องได้ความว่าความผิดครังแรกกับความผิดครั้งหลังเป็นเรื่องความผิดตาม พรบ ฝิ่น ด้วยกัน ครั้งแรกจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์ แต่มาครั้งหลังกระทำผิดตามพระราชบัญญัติฝิ่นต้องเพิ่มโทษตาม กฎหมายลักษณอาญา อ้างฎีกาที่ 133/2482
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า จำเลยมีฝิ่นไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องโทษฐานรับของโจร โจทก์ขอให้ลงโทษตาม พรบ ฝิ่น และเพิ่มโทษตาม กฎหมายลักษณอาญามาตรา ๗๒
ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลย ๒๕ บาท ตาม พรบ ฝิ่น พ.ศ. ๒๔๗๒ มาตรา ๕๓ ส่วนที่ขอให้เพิ่มโทษตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา ๓๒ เห็นว่าเพิ่มไม่ได้ เพราะจำเลยทำผิดครั้งก่อนเรื่องรับของโจรแต่ครั้งนี้ทำผิดตาม พรบ ฝิ่น ซึ่งมีบทบัญญัติเรื่องไม่เข็ดหลายไว้โดยเฉพาะ ให้ยกคำขอข้อนั้นเสีย
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เพิ่มโทษตามกฎหมายอาญามาตรา ๗๒
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามมาตรา ๖๘ แห่ง พระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. ๒๔๗๒ บัญญัติเรื่องเพิ่มโทษเป็นพิเศษฉะเพาะความผิดครั้งแรกและครั้งหลังเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติฝิ่นด้วยกัน แต่ถ้าความผิดทั้ง ๒ ครั้ง เป็นเรื่องความผิดต่างกันเช่นคดีนี้ จึงไม่เข้าเป็นเรื่องพิเศษตาม พรบ ฝิ่นนี้นเพิ่มโทษ ตามมาตรา ๗๒ ได้ จึงพิพากษายืนตาม
ศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 506/2483
อัยยการนครสวรรค์ โจทก์
นายคล้อย ศรีหะไกร ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครสวรรค์ · ล. - นายคล้อย ศรีหะไกร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · นิติศาสตร์ · วิเศษ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ++ · ศาลอุทธรณ์ - ++ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา