⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 636/2483

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 636/2483

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ แต่ได้เล่าข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกับคำรับสารภาพ ศาลต้องถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธ และหากโจทก์ไม่นำสืบพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะได้แถลงว่าไห้การรับสารภาพก็ดีแต่เมื่อจำเลยได้เล่าเรื่องการกระทำของจำเลยต่อไปอีกซึ่งมีความหมายไม่ตรงกับคำรับของจำเลยเช่นนี้ศาลต้องถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธ เมื่อโจทก์ไม่นำสืบ ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายอาญา ม.306

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อุบายหลอกลวงโดยกล่าวเท็จแก่นายดิลกว่าจำเลยเป็นนายตำรวจสันติบาล ขอยืมทรัพย์และของของนายดิลกอ้างว่าเพื่อจะเอาไปใช้ในราชการ นายดิลกหลงเชื่อจึงได้มองของให้จำเลยไป ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การรับสารภาพ แต่ได้บรรยายความต่อไปว่า "กระผมพ้นโทษมาแล้วก็ยังหาการงานทำไม่ได้ กระผมนายดิลกกับเพื่อนของกระผมจึงแนะนำให้รู้จัก กระผมจึงอ้างตัวก็เพื่อจะหาการงานรู้จักเขามากขึ้น ครั้นต่อมาโดยความสนิทสนมกับกระผม ๆ จึงได้ขอยืมของเหล่านี้ไปเพื่อจะหาการงานทำ"โจทก์ไม่สืบพะยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม โจทก์ฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามที่โจทก์ฟ้องและจำเลยให้การรับจะลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงมิได้ พิพากษาแก้ในข้อที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามมาตรา ๓๐๖ โจทก์ฎีกาว่า ตามฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลยฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกง ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์ดังกล่าวแล้วมีข้อความพอที่จะเข้าใจได้ว่าจำเลยกระทำการฉ้อโกงอันเป็นความผิดมาตรา ๓๐๖ แต่คำให้การจำเลยที่ยื่นต่อศาลมีข้อความดังกล่าวข้างต้น ถือไม่ได้ว่าจำเลยให้การรับว่าได้กระทำผิดตามฟ้องในฐานนี้ กล่าวคือต้องหมายความว่าที่จำเลยกล่าวเท็จว่าเป็นนายตำรวจนั้น เพื่อจะหาการงานทำหาใช่เพื่อให้นายดิลกส่งทรัพย์ไม่ และการที่จำเลยยืมทรัพย์ของนายดิลก ๆ ยอมให้ก็โดยความเชื่อถือจำเลยที่มีความสนิทสนมต่อกันมา หาใช่โดยถูกหลอกลวงดังฟ้องไม่ แม้จำเลยจะให้การรับว่า "ขอรับสารภาพตลอดข้อหาก็ดี เมื่อคำบรรยายเล่าเรื่องการกระทำของจำเลยซึ่งถือว่าเป็นขอความที่จำเลยกระทำผิดจริงเช่นนี้ ศาลต้องถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธ เมื่อโจทก์ไม่นำสืบให้สมฟ้อง จะลงโทษจำเลยตามมาตรา ๓๐๖ ไม่ได้ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 636/2483 พนักงานอัยยการ โจทก์ นายสนิท แก้วสมทรัพย์ ล,

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยยการ · ล, - นายสนิท แก้วสมทรัพย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเศษ · นิติศาสตร์ · พลางกูร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ++ · ศาลอุทธรณ์ - ++
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 848/2545ฎีกา 5712/2541ฎีกา 6321/2544ฎีกา 16889/2555ฎีกา 70/2518ฎีกา 3329/2550ฎีกา 514/2486ฎีกา 1165/2537ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 1166/2491ฎีกา 1895/2492ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 15230/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา