คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 409/2485
ย่อคำพิพากษา
เรือนหอและเครื่องเรือนซึ่ง+มีอยู่ก่อนพิธีสมรสเป็นสินเดิมของฝ่ายชาย ไม่ใช่สินสอด เมื่อหย่ากันจึงเรียกคืนได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อสมรสกับจำเลยที่ ๒ ได้เสียแหวนหมั้น ๑ วง กับเรือนหอและเครื่องเรือนรวมราคา ๔,๕๖๘ บาท บัดนี้ได้หย่าขาดกันแล้วจึงเรียกคืน จำเลยให้การว่าในการตกลงสมรสโจทก์ได้ให้เงิน ๔,๐๐๐ บาท ให้มารดาจำเลยจัดปลูกเรือนและหาเครื่องเรือน สิ่งของที่เกิดขึ้นในวงเงินนี้จึงเป็นสินสอดได้แก่บิดามารดาจำเลยศาลชั้นต้นพิพากษาว่าเรือนที่เรียกร้องนี้เป็นเรือนหอ จึงไม่ใช่สินสอด จึงพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงในคดีฟังได้ว่าโจทก์เป็นผู้ออกเงินและจัดการปลูกสร้างเรือนพิพาทนี้ ได้ทำพิธีสมรสและอยู่กินกันมาในเรือนหลังนี้ จึงต้องฟังว่าเป็นเรือนหอ ส่วนเครื่องเรือนก็เป็นของโจทก์ซึ่งได้จัดหามาไว้ก่อนพิธีสมรส ฉะนั้นเรือนและทรัพย์เหล่านี้จึงไม่ใช่สินสอดซึ่งจะได้แก่บิดามารดาจำเลยตามกฎหมาย จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 409/2485
นายมะลิ สังชวาสี ข.
นายชีปาปายาโนปูโสสที่ 1 นางเฟื่องฟ้า จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ข. - นายมะลิ สังชวาสี · จำเลย - นายชีปาปายาโนปูโสสที่ 1 นางเฟื่องฟ้า |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · เคลื่อน อิสรภักดี · ธรรมบัณฑิต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - พระมนูภันยวิมลสาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา