คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2486
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับของโจรจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้รับได้ทรัพย์นั้นมาโดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดและรับไว้โดยมีเจตนาที่จะแสวงหาประโยชน์จากทรัพย์นั้น.
ย่อคำพิพากษา
ความผิดถานรับของโจรจะมีได้ต่อเมื่อมีการรับของร้ายไว้จากผู้หนึ่งผู้ได
ข้อเท็ดจิงฟังได้เพียงว่าทรัพย์หยู่ไนความครอบครองของจำเลยแต่ไม่ได้ความว่าจำเลยร่วมคิดกับผู้อื่นลักทรัพย์นั้นมาหรือว่ามีผู้ที่ลักมาส่งทรัพย์นั้นไห้จำเลย เช่นนี้จะลงโทสถานลักทรัพย์หรือรับของโจรไม่ได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
สาลชั้นต้นฟังข้อเท็ดจิงว่า เข่งไส่ทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ตกจากรถไฟซึ่งกำลังแล่นหยู่ จำเลย+เข่งนั้นไป พอพบเจ้าพนักงานเข้าก็ทิ้งเข่งหนีไป เปนพิรุธว่าจำเลยรู้ว่าเปนของร้าย พิพากสาลงโทสจำเลยถานรับของโจร
สาลอุธรน์เห็นว่า โจทสืบไม่ได้ว่าเข่งรายนี้ถูกคนร้ายผลักตกจากรถ จึงเปนอันไม่มีตัวโจรลัก ฉะนั้นการรับของโจรก็มีขึ้นไม่ได้ พิพากสากลับไห้ยกฟ้อง
โจทดีกา สาลดีกาเห็นว่า ถ้าเข่งตกลงมาเองจากรถไฟ จำเลยก็ไม่ผิดถานรับของโจร เพราะไม่มีตัวโจรแต่ถ้ามีผู้ร้ายผลักเข่งตกจากรถไห้จำเลยโดยสมคบกับจำเลยย่อมผิดถานลักทรัพย์ ถ้าผู้ร้ายผลักลงไปเพื่อไห้ผู้อื่น แต่จำเลยมาพบเข้าจึงเอาไป จะเรียกว่าลักทรัพย์ไม่ได้ เพราะของไม่ได้หยู่ไนความครอบครอบของไครและจะเรียกว่าจำเลยรับของโจรก็ไม่ได้ เพราะจำเลยมิได้รับของไว้จากผู้ได คดีนี้ไม่ได้ความว่าผู้ร้ายลักเข่งไห้จำเลย จึงพิพากสายืนตามสาลอุธรน์โดยไห้ยกฟ้องโจท
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2486
อัยการนครราชสีมา โจทก์
นายช่วง นายพวง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการนครราชสีมา · จำเลย - นายช่วง นายพวง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เยี่ยม เลขวนิชธัมวิทักส์ · เคลื่อน อิสรภักดี · ประมูล สุวรรณศร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายแปลก กรสตรหัต · ศาลอุทธรณ์ - นายภักดี เทพปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา