⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 542/2488

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 542/2488

ป.วิ.แพ่ง ม.158, 163, 164 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอแก้ฟ้องที่เกี่ยวกับรายละเอียด ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี โจทก์ย่อมขอแก้ฟ้องได้ การที่จำเลยเสียเปรียบในการแก้ฟ้องหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง แต่การตีความบทกฎหมายวิธีพิจารณาโดยไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริง เป็นปัญหาข้อกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การขอแก้สถานที่เกิดเหตุนั้น ถือว่าเป็นการขอแก้รายละเอียด ถ้าจำเลยไม่หลงข้อต่อสู้แล้วโจทก์ย่อมขอแก้ได้ การที่จำเลยเสียเปรียบในการแก้ฟ้องหรือไม่ในการดำเนินการพิจารณาในท้องสำนวนนั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง แต่ถ้าศาลล่างตีความโดยอาศัยแต่ฉะเพาะตัวบทในวิธีพิจารณาอย่างเดียวย่อมเป็นปัญหาข้อกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.163 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.164 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.219

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.158 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.163 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.164 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.192 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ กล่าวถึงที่เกิดเหตุไว้ในฟ้องว่า "เหตุเกิดตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์" จำเลยให้การปฏิเสธ เมื่อสืบพะยานโจทก์จำเลยเสร็จแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลว่าโจทก์บรรยายฟ้องผิดไปที่ว่าจำเลยกระทำผิดที่ตำบลอิสาณ ความจริงจำเลยกระทำผิดที่ตำบลบ้านบัว เพราะอาณาเขตต์บ้านหนองตาดซึ่งเป็นที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ในเขตต์ตำบลบ้านบัว อยู่ติดกับบ้านหนองมะเกลือ ซึ่งอยู่ในเขตต์ตำบลอิสาณราษฎรทั้งสองหมู่บ้านทำการติดต่อกันจนไม่รู้สึกว่าเป็นคนละหมู่บ้าน และบ้านหนองตาดไม่มีผู้ใหญ่บ้านซึ่งอาจจะเข้าใจผิดว่าเขตต์บ้านหนองตาดอยู่ในเขตต์ตำบลอิสาณ จึงขอแก้ฟ้องเป็นเหตุตำบลบ้านบัว อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้อง และพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาอ้างว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า ปัญหาที่ว่าฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายหรือปัญหาข้อเท็จจริงนั้น ศาลชั้นต้นอ้างว่าจำเลยเสียเปรียบไม่มีโอกาศคัดค้านและศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยเสียเปรียบ เพราะโจทก์แก้ฟ้องหันเข้าหาคำพะยาน การเสียเปรียบหรือไม่ในการดำเนินกระบวนพิจารณาในท้องสำนวนนั้น ย่อมเป็นปัญหาข้อเท็จจริง แต่การเสียเปรียบในเรื่องนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อ้างอาศัยตัวบทในวิธีพิจารณาความอาญา ศาลฎีกาต้องตีความในบทกฎหมายนั้น ๆ ฎีกาเรื่องนี้จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โจทก์ฎีกาได้ ส่วนปัญหาว่าโจทก์จะขอแก้ฟ้องได้หรือไม่นั้น ตามมาตรา ๑๖๔ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญารายละเอียดเกี่ยวแก่เวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ โจทก์ย่อมขอแก้ได้ไม่ว่าจำเลยเสียเปรียบเว้นแต่จำเลยจะหลงต่อสู้ เรื่องนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้อ้างไว้ในคำพิพากษาว่าจำเลยหลงต่อสู้แต่ประการใดเลย บ้านนายคันอันเป็นที่เกิดเหตุอยู่ในเขตต์ตำบลใดในทางอาณาเขตต์แห่งการปกครองก็หาทำให้ข้อเท็จจริงแห่งการกระทำเปลี่ยนแปลงไปอย่างใดไม่ จึงเป็นที่เห็นได้ว่า จำเลยมิได้หลงต่อสู้ และการที่จะอ้างว่าการยื่นคำร้องขอแก้ฟ้อง เมื่อสืบพะยานเสร็จแล้วว่าเป็นเรื่องไม่มีเหตุอันควรนั้นก็ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะตามมาตรา ๑๖๔ โจทก์ย่อมขอแก้ฟ้งได้เสมอไม่ว่าในระยะใดระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์มีเหตุผลสมควรให้แก้ฟ้องได้ พิพากษากลับให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องและให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 542/2488 อัยยการบุรีรัมย์ โจทก์ นายพวง สมหวัง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการบุรีรัมย์ · จำเลย - นายพวง สมหวัง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · อิศรภักดีธรรมวิเทต · เลขวณิชธรรมวิทักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายน้อย สมานวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพิพูล ไอศวรรย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1992/2530ฎีกา 3424/2553ฎีกา 164/2495ฎีกา 2372/2517ฎีกา 811/2558ฎีกา 200/2528ฎีกา 11-13/2503ฎีกา 6009/2551ฎีกา 10260/2558ฎีกา 3174/2526ฎีกา 364/2509ฎีกา 1288/2510ฎีกา 2507/2524ฎีกา 1848/2516ฎีกา 1609/2536ฎีกา 2541/2556ฎีกา 3610/2526ฎีกา 1250/2538ฎีกา 662/2522ฎีกา 2902/2547ฎีกา 1288/2508ฎีกา 3185/2533ฎีกา 1809/2512ฎีกา 1298/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา