⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 552/2488

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 552/2488

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อสัญญาที่ผู้ให้เช่ายอมยกกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่ผู้เช่า หากผู้เช่าชำระค่าเช่าครบถ้วนตามราคาที่ตกลงกันไว้ ไม่เป็นข้อสัญญาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และผู้เช่าจะฟ้องบังคับให้ผู้ให้เช่ายกกรรมสิทธิ์ให้ได้ต่อเมื่อผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาแล้วเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ให้เช่าเรือไปทำการงานของผู้ให้เช่าโดยมีข้อสัญญาว่า ถ้าฝ่ายผู้เช่าชำระค่าเช่าเท่าราคาเรือ และฝ่ายผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญา ผู้ให้เช่ายอมยกกรรมสิทธิให้ผู้เช่าดังนี้ ไม่เป็นข้อสัญญาขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และไม่ต้องมีการสืบพะยานบุคคลประกอบ ในกรณีเช่นนี้ผู้เช่าจะฟ้องเรียกกรรมสิทธิในเรือได้ฉะเพาะแต่ผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.454 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีได้ความว่า จำเลยได้ให้โจทก์เช่าเรือใบเดินทะเล ๑๒ คำเพื่อรับจ้างทำการขนหินและสิ่งของให้จำเลย โดยมีข้อสัญญาในข้อ ๙ ว่า ถ้าจำเลยบอกเลิกสัญญาเพราะไม่ประสงค์จะทำการขนหินทางทะเลต่อไป เรือลำใดที่โจทก์ชำระค่าเช่าให้ครบถ้วยตามราคาเรือนและเครื่องอุปกรณ์แล้ว จำเลยยอมยกกรรมสิทธิเรือนั้น ๆ ให้โจทก์ เนื่องจากสัญญาข้อนี้ โจทก์ฟ้องจำเลยโดยอ้างว่าเป็นสัญญาเช่าซื้อ ขอให้จำเลยโอนเรือให้โจทก์ เพราะโจทก์ได้ชำระค่าเรือให้จำเลยครบถ้วนแล้ว จำเลยให้การต่อสู้เป็นใจความสำคัญว่า จำเลยยังไม่ได้บอกเลิกสัญญาเช่า และโจทก์ยังไม่มีอำนาจฟ้องตามเงื่อนไขในสัญญา ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาว่า สัญญาข้อ ๙ เขียนไม่ชัดเจน ต้องให้คู่ความสืบประกอบให้เห็นเจตนาแท้จริงว่า โจทก์มีสิทธิเรียกเรือเป็นกรรมสิทธิได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้จำเลยบอกเลิกสัญญาเสียก่อน การตีความอย่างศาลล่างเป็นการบังคับให้โจทก์ต้องรับจ้างจำเลยตลอดชีวิต ซึ่งเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาข้อ ๙ มีข้อความชัดเจนแล้วไม่ต้องสืบพะยานประกอบตามสัญญาข้อนั้นต้องเป็นกรณีจำเลยบอกเลิกสัญญาขนหิน โจทก์จึงจะเรียกเอากรรมสิทธิเรือได้และสัญญาข้อนี้ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย เพราะโจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้เช่นกัน เป็นแต่จะเรียกกรรมสิทธิเรือได้ก็โดยกรณีจำเลยเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาเท่านั้น จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 552/2488 นายสุพงศ์ โคมกระจ่าง โจทก์ กรมรถไฟ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุพงศ์ โคมกระจ่าง · จำเลย - กรมรถไฟ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · ประมูล สุวรรณศร · นาถปรีชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - หลวงบริรักษ์จรรยาวัตร์ · ศาลอุทธรณ์ - พระนารถประชา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3245/2534ฎีกา 1800/2511ฎีกา 1561/2520ฎีกา 6239/2551ฎีกา 6801/2540ฎีกา 548/2522ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1036/2506ฎีกา 3649/2525ฎีกา 991/2548ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 4432/2534ฎีกา 1593/2524ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 3024/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา