⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1003/2491

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1003/2491

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- สัญญาเช่านาที่อ้างว่าบอกเลิกแล้วหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องสืบพยานหลักฐานต่อไป

ย่อคำพิพากษา

คู่ความโต้เถียงกันในข้อเท็จจริงโดยฝ่ายโจทก์ว่า โจทก์เอานาทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนกับจำเลย ๆ เป็นผู้ลงแรงและอุปกรณ์ในการทำนา จำเลยยอมรับคิดผลประโยชน์ให้แก่โจทก์ไร่ละ 7 ถัง จำเลยเถียงว่าจำเลยตั้งใจทำสัญญาเช่าค่าเช่าไร่ละ 5 ถัง ดังนี้เป็นเรื่องที่จะต้องสืบกันต่อไป โจทก์ฟ้องอ้างว่าเช่านารายนี้มาจากนายประสพ จำเลยต่อสู้ว่านายประสพได้บอกเลิกสัญญากับโจทก์แล้ว ถ้าฟังได้อาจเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ได้เอานาให้จำเลยทำ ซึ่งจำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ โจทก์จำเลยจึงต้องสืบพยานกันต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.85 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1012

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่านา ๑๓๓ ไร่เศษ จากนายประสพมีกำหนด ๓ ปี โจทก์เอานาดังกล่าว ๔๕ ไร่ ทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนกับจำเลย ๆ เป็นผู้ลงแรงและอุปกรณ์ทำนา สัญญากันว่าจำเลยจะต้องเอาข้าวเปลือกนาสวนให้โจทก์๓๑๕ ถังหลวง จำเลยทำนาได้ผลแล้ว ไม่แบ่งข้าวให้โจทก์ จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การว่า โจทก์ผิดสัญญา นายประสพบอกเลิกสัญญากับโจทก์แต่ปี ๒๔๘๘ เมื่อเดือนตุลาคม ๒๔๘๙ โจทก์จะให้จำเลยทำสัญญาเช่านาคิดค่าเช่าไร่ละ ๕ ถังข้าวเปลือก แต่โจทก์ป่วยเขียนสัญญาไม่ได้ จึงให้จำเลยเซ็นชื่อไว้ในแบบพิมพ์สัญญาเช่านา จึงเข้าใจว่าโจทก์คงแก้แบบสัญญาเช่าแปลงเป็นหุ้นส่วนโดยสุจริต นายประสพสั่งให้จำเลยจ่ายค่าเช่าให้แก่เขาและจำเลยได้ชำระค่าเช่าให้แก่นายประสพเสร็จไปแล้ว โจทก์จะมาฟ้องเรียกค่าเช่าจากจำเลยอีกไม่ได้ ก่อนการพิจารณาโจทก์ได้ส่งสัญญาเช่าหุ้นส่วนเป็นพยาน จำเลยรับว่าได้เซ็นชื่อไว้จริงแต่เข้าใจว่าเป็นสัญญาเช่า และคู่ความรับกันบางประการ ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดสืบพยาน วินิจฉัยว่า สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาเช่านากันโดยตรงเมื่อจำเลยทำนาได้ผลแล้ว มีหน้าที่ต้องส่งข้าว จึงพิพากษาให้จำเลยชำระข้าวเปลือกให้แก่โจทก์ตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อหาและคำให้การ คู่ความโต้เถียงกันในข้อเท็จจริง โจทก์ว่าทำสัญญาเข้าหุ้นส่วน จำเลยย่อมคิดผลประโยชน์ให้แก่โจทก์ไร่ละ ๗ ถัง จำเลยเถียงว่า จำเลยตั้งใจทำสัญญาเช่า ค่าเช่าไร่ละ ๕ ถัง แต่โจทก์ไปกรอกเอาเองเป็น ๗ ถัง ดังนี้ เป็นเรื่องที่คู่ความต้องสืบต่อไป และโจทก์ฟ้องว่าโจทก์เช่านาจากนายประสพ จำเลยต่อสู้ว่า นายประสพได้บอกเลิกสัญญากับโจทก์แล้ว ถ้าความข้อนี้ฟังได้ ก็คงเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ได้เอานาให้จำเลยทำ ซึ่งจำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้ง ๒ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณา แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1003/2491 นายสำเภอา สระวาสี โจทก์ นายสุข ช้างเผือก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสำเภอา สระวาสี · จำเลย - นายสุข ช้างเผือก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทปัญญา · ธรรมบัณฑิต · นาถปริญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายลิ้ม สุ่ทธิรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลย์ทรรศน์ปฏิภาณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 6239/2551ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1036/2506ฎีกา 5712/2541ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1593/2524ฎีกา 70/2518ฎีกา 2224/2528ฎีกา 591/2513ฎีกา 916/2509ฎีกา 1061/2511ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 2160/2518ฎีกา 1816/2534ฎีกา 234/2491ฎีกา 7/2539ฎีกา 8224/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา