คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 731/2491
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จะเป็นความผิดฐานทำให้ที่ขังน้ำสำหรับสาธารณชนใช้สอยโสโครกได้นั้น โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ได้ว่าจำเลยได้กระทำการอันเป็นเหตุให้ที่ขังน้ำนั้นขุ่นข้นโสโครกตามฟ้อง
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานทำให้ที่ขังน้ำสำหรับสาธารณะชนใช้สอยโสโครก เมื่อจำเลยให้การปฎิเสธ คงรับแต่ว่า ได้วิดปลาจริง โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ได้ว่าความสมฟ้องว่า จำเลยทำให้ที่ขังน้ำสำหรับสาธารณชนใช้สอยขุ่นข้นโสโครก โจทก์ไม่นำสืบสมฟ้อง จำเลยก็ยังไม่มีความผิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันใช้เครื่องมือจับสัตว์น้ำในคลองก้นรุ้ง ซึ่งเป็นที่ขังน้ำสำหรับสาธารณชนใช้สอย กระทำให้น้ำขุ่นข้นโสโครกจนใช้น้ำไม่ได้ ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิด แต่ได้วิดปลาจริง และหนองสระที่วิดปลานี้เป็นของบิดานายดำจำเลย หาใช่คลองก้นรุ้งไม่ ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อเท็จจริงยังไม่ได้ความว่า จำเลยทำให้น้ำโสโครก พิพากษากลับยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยปฏิเสธว่า ไม่ได้กระทำผิด โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบให้สมฟ้องว่า จำเลยทำให้ที่ขังน้ำสำหรับสาธารณชนใช้สอยขุ่นข้นโสโครก แม้จำเลยจะให้การรับว่า วิปลาจริง แต่ก็ไม่ได้ความจากพะยานโจทก์ว่า จำเลยทำให้น้ำขุ่นข้นโสโครก ดังนี้ จำเลยยังไม่ควรมีความผิด
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 731/2491
อัยยการนครราชสีมา โจทก์
นายดำ ขนมกลาง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครราชสีมา · จำเลย - นายดำ ขนมกลาง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิบูลย์ไอศวรรย์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเทพ โชตินุชิต · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิภาสนฤพนธ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา