คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1353/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องเรียกเงินสินสอดคืน ไม่ใช่การเรียกค่าทดแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1444 จึงไม่อยู่ภายใต้อายุความ 6 เดือนตามบทบัญญัติดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
การฟ้องเรียกเงินสินสอดคืน ไม่ใช่เป็นการเรียกค่าทดแทนตามความหมายแห่ง ป.พ.พ มาตรา 1444 เพราะฉะนั้นจะยกอายุความ 6 เดือนตามบทบัญญัติดังกล่าวขึ้นใช้บังคับไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ความว่า จำเลยยื่นคำให้การตัดฟ้องว่า เงินสินสอดที่โจทก์ฟ้องเรียกคืนจากจำเลยฐานผิดสัญญาหมั้นนั้นขาดอายุความแล้ว และขอให้ศาลชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้น ศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อตัดฟ้องฟังไม่ขึ้น
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การฟ้องเรียกเงินสินสอดคืนนั้นไม่ใช่เป็นการเรียกค่าทดแทนตามความหมายแห่ง ป.พ.พ.มาตรา ๑๔๔๔ ฉะนั้นจะยกอายุความ ๖ เดือนตามบทบัญญัติในมาตราดังกล่าวขึ้นบังคับไม่ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1353/2492
นายสุทัศน์ อินทนาคม โจทก์
นายชั้ว ภิโสรมย์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุทัศน์ อินทนาคม · จำเลย - นายชั้ว ภิโสรมย์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา วินิจฉัย · ประวัติ ปัตตพงศ์ · จำรูญ เนติศาสตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชุมพร - นายสนาม นิลกำแหง · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยทรรศน์ปฏิภาณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา