⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 462/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 462/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อสัญญาซื้อขายมิได้ระบุว่าผู้ขายทำแทนตัวการ ผู้ขายจึงต้องรับผิดตามสัญญาต่อผู้ซื้อโดยตรง 2. ข้อสัญญาที่ผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าส่งถึงโกดังผู้ซื้อ หมายถึงผู้ขายมีหน้าที่ส่งมอบสินค้าให้ถึงที่หมาย ไม่ใช่หน้าที่ในการจัดหาวัตถุดิบมาส่ง 3. สัญญาซื้อขายแร่ไม่เป็นโมฆะ แม้ผู้ซื้อขายจะยังไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย หากการซื้อขายนั้นกระทำในพื้นที่ที่ยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยทำสัญญาขายแร่ในนามของตนเอง ในสัญญามิได้ระบุว่าทำแทนใคร แม้จะมีตัวการ ๆ ก็ไม่เคยแสดงต่อผู้ซื้อมาก่อนว่าจำเลยทำแทน ดังนี้ จำเลยต้องรับผิดตามสัญญา ตัวการหาอาจทำให้เสื่อมสิทธิของผู้ซื้อที่มีต่อจำเลย ฐานจำเลยผิดสัญญาได้ไม่ เมื่อข้อความในสัญญามิได้ระบุว่า จำเลยทำแทนผู้ใด ที่จำเลยนำสืบว่าทำในฐานะตัวแทน จึงต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 94 ข้อสัญญาที่ว่า ค่าส่งจากสถานีโกดังผู้ซื้อ ผู้ขายต้องเสียเองนั้น หมายถึงว่า ผู้ขายต้องส่งมอบถึงโกดังผู้ซื้อ ไม่หมายเลยไปถึงว่า ผู้ขายจะต้องไปเอาแร่จากที่ใดที่หนึ่งมาส่ง ผู้ขายจึงอ้างเหตุสุดวิสัยว่าไม่สามารถขนส่งแร่จากที่หนึ่งมาแก้ตัวไม่ได้ การซื้อขายแร่แม้ผู้ซื้อขายไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติความผิดอยู่ที่ไม่ขออนุญาตกฎหมายมิได้ห้ามการซื้อขายแร่ทั้งสัญญาได้ทำในจังหวัดที่ยังมิได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.การทำเหมืองแร่ ฯ 2474 สัญญานั้นไม่เป็นโมฆะ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.22 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.219 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.806

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาขายแร่ดีบุกให้โจทก์ ๔๐ ตันภายในเวลา ๒ เดือนราคากิโลกรัมละ ๔ ลาท ๘๐ สตางค์ จำเลยส่งให้แล้ว ๒๐ตัน อีก ๒๐ ตันหาได้ส่งไม่ ขอให้จำเลยส่งแร่อีก ๒๐ ตัน ส่งไม่ได้ให้ใช้ค่าเสียหาย ๙๓,๒๐๐ บาท จำเลยปฏิเสธความรับผิดต่อสู้ว่าไม่ได้ทำสัญญาในฐานะส่วนตัว แต่ทำในฐานะตัวแทนนายสว่าง โจทก์ทราบดีว่าแร่รายนี้มาจากตะกั่วป่าต้องบรรทุกเรือที่ภูเก็ต สัญญาซื้อขายเป็นโมฆะและอื่น ๆ นายสว่างร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วมสัญญามีข้อความว่า "พระนคร ที่ ๑ พฤษภาคม ๑๙๔๔ (พ.ศ. ๒๔๘๗) แจ้งความมายังบริษัทดิทแฮล์ม จำกัด พระนคร ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าได้ขายสิ่งของที่กล่าวไว้ข้างล่างนี้ให้แก่ท่าน รายการ แร่ดีบุก จำนวนและราคา ๔๐ ตัน จะส่งได้ภายใน ๓ เดือน นับแต่วันนี้ ราคากิโลกรัมละ ๔.๘๐ บาท (รวมทั้งค่าภาคหลวง) ความบริสุทธิ์ ๙๙.๕% ผู้ขายจะต้องส่งใบรับรองความบริสุทธิ์ของกรมวิทยาศาตร์ให้ ค่าส่ง จากสถานีถึงโกดังของผู้ซื้อ ผู้ขายต้องเสียเองโดยความนับถือ (ลงลายมือชื่อ) ไล่อัน สิริสิงห์ ผู้ซื้อได้สนองรับแล้ว ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ" ได้ความว่าเมื่อจำเลยส่งแร่ดีบุกให้โจทก์ ๒ คราว ๆ ละ ๑๐ ตันแล้ว จำเลยบอกโจทก์ว่าส่งให้ไม่ได้ เพราะเรือบรรทุกถูกยิงจม ให้โจทก์ไปรับที่ภูเก็ต โจทก์ไม่ไปรับ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่จำเลยไม่สามารถส่งให้โจทก์ตามสัญญษ เนื่องจากเหตุสุดวิสัยตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๒๑๙ ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามสัญญาจำเลยขายแร่ในนามของตนเอง ไม่สดงว่าขายในนามของนายสว่าง และตามสัญญาจำเลยจะเอาแร่ที่ไหนมาส่งโจทก์ก็ได้ จำเลยจะอ้างเหตุสุดวิสัยไม่ได้ สัญญาไม่เป็นโมฆะ พิพากษาแก้ให้จำเลยส่งดีบุก ๒๐ ตัน เนื้อบริสุทธิ์ ๙๙.๕% ถึงโกดังโจทก์ในกรุงเทพฯ ส่งไม่ได้ให้ใช้ค่าเสียหายที่โจทก์ขาดกำไร ๗๖,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย นายไล่อันและนายสว่างจำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การซื้อขายแร่รายนี้คู่สัญญามุ่งหมายถึงคุณภาพหรือความบริสุทธิ์ของแร่เป็นใหญ่ ข้อสัญญาที่ว่าค่าส่งจากสถานีถึงโกดังผู้ซื้อ ผู้ขายต้องเสียเองนั้น หมายถึงผู้ขายต้องส่งมอบแร่ถึงโกดังผู้ซื้อ หรือนัยหนึ่งค่าขนส่งผู้ซื้อไม่ต้องเสียเท่านั้น จะแปลเลยไปถึงว่าผู้ขายต้องเอาแร่มาจากตะกั่วป่าหรือปักษ์ใต้มาส่งให้แก่ผู้ซื้อหาได้ไม่ จำเลยจึงอ้างเหตุสุดวิสัยตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๒๑๙ ไม่ได้ และที่จำเลยนำสืบว่าทำเพียงในฐานะตัวแทนการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในสัญญาห้าม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๙๔ แม้จำเลยจะเป็นตัวแทนจริงดังคำผู้ร้องสอด ๆ ก็ยอมให้จำเลยทการออกหน้าเป็นตัวการเพราะในสัญญาไม่ระบุว่าทำแทนใคร และนายสว่างไม่เคยแสดงต่อโจทก์มาก่อน จึงไม่ทำให้เสื่อมสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๘๐๖ กฎหมายมิได้ห้ามการซื้อขายแร่ ความผิดอยู่ที่การไม่ขอนุญาตทั้ง พ.ร.บ. เหมืองแร่แก้ไขเพิ่มเติม ๒๔๗๔ ยังไม่ได้ประกาศใช้ในจังหวัดพระนครอันเป็นที่ ๆ ทำสัญญากัน สัญญาไม่เป็นโมฆะ อนึ่งศาลแพ่งยกฟ้องในเรื่องสุดวิสัยข้อเดียว ศาลอุทธรณ์ ย่อมวินิจแัยในข้อผิดสัญญาและค่าเสียหายได้ เมื่อเห็นว่าจำเลยอ้างเหตุสุดวิสัยมาต่อสู้ไม่ได้ โดยไม่ต้องย้อนสำนวนให้ศาลแพ่งวินิจฉัย เห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 462/2493 บริษัทดิทแฮล์ม จำกัด โจทก์ นายไล่อัน สิริสิงห์ จำเลย นายสว่าง รักซื้อ ผู้ร้องสอด

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทดิทแฮล์ม จำกัด · จำเลย - นายไล่อัน สิริสิงห์ · ผู้ร้องสอด - นายสว่าง รักซื้อ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวัติ ปัตตพงศ์ · มนูภันย์วิมลสาร · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายพูน ไชยภัฏ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิภาศนฤพนธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3245/2534ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 1561/2520ฎีกา 710/2542ฎีกา 6801/2540ฎีกา 548/2522ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 1479/2526ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1130/2544ฎีกา 3024/2528ฎีกา 1657/2503
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา