⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1112/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขายฝากทรัพย์สินของผู้อื่นโดยผู้ขายฝากไม่มีอำนาจกระทำการนั้น สัญญาขายฝากย่อมไม่ผูกพันเจ้าของทรัพย์สินนั้น และผู้รับซื้อฝากจะอ้างการครอบครองปรปักษ์ตามกำหนดเวลาในสัญญาขายฝากไม่ได้.

ย่อคำพิพากษา

บิดาเอาที่ดิน ( ไม่มีโฉนด ) พร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน อันเป็นของบุตรไปขายฝากเขาไว้มีกำหนดไถ่คืนภายใน 10 ปี ในนามตนเองเป็นส่วนตัว มิใช่ทำแทนบุตร ผู้รับซื้อฝากก็ทราบว่าที่ดินเป็นของบุตร ดังนี้จะนำสัญญามาใช้ยันบุตรไม่ได้และผู้รับซื้อฝากจะอ้างว่าได้ครอบครองมาครบ 10 ปีแล้ว ก็ไม่ได้อีกเพราะเมื่อสัญญานั้นไม่ผูกพันบุตรดังกล่าวแล้ว การครอบครองของจำเลยตามข้อสัญญาและตามกิริยาที่ปฏิบัติต่อกันเป็นทำนองเอาที่ดินประกันเงินกู้ โดยยอมให้มีสิทธิไถ่ถอนได้ภายใน 10 ปี ฉะนั้นภายในกำหนด 10 ปีนั้นผู้รับซื้อฝากจะอ้างว่า ตนครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของหาได้ไม่ จำเลยรับซื้อฝากที่ดินจากบิดาของโจทก์โดยรู้ว่าบิดาครอบครองแทนโจทก์และไม่มีอำนาจโอน จำเลยอ้างอายุความปกครองโดยปรปักษ์ยันโจทก์ไม่ได้ จำเลยเคยฟ้องมารดาของเด็ก ( ซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว ) ขอให้ศาลขัลไล่ออกจากที่พิพาทโดยอ้างว่าได้กรรมสิทธิมาจากการขายฝากหลุดเป็นกรรมสิทธิ ศาลพิพากษาให้จำเลยชนะ แต่คดียังไม่ถึงที่สุดเด็กกลับมาเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของเด็ก มิใช่ของบิดามารดา การที่บิดเอาที่ไปขายฝากแก่จำเลย เด็กไม่ทราบ เป็นเรื่องจำเลยสมคบกับบิดาเด็กแจ้งเท็จต่ออำเภอว่าเป็นที่ของบิดาเด็ก จึงขอให้เพิกถอนสัญญาขายฝาก ดังนี้ ถือว่าไม่เป็นฟ้องซ้ำ และคำพิพากษาในคดีก่อนก็ไม่ผูกพันเด็ก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.491 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1546

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งทำลายนิติกรรมขายฝากที่ดินระหว่างนายยกเปกกับจำเลย โดยอ้างว่าที่ดินแปลงนี้เป็นของโจทก์ โดยนางเลขผู้เป็นยายได้ทำนิติกรรมยกให้โจทก์ แต่เวลานั้นโจทก์ยังเป็นเด็ก นายยกเปกบิดาจึงได้เป็นผู้รับรักษามาในฐานะเป็นผู้ปกครองโจทก์ ครั้นเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๔๗๖ จำเลยกับนายยกเปกสมรู้ร่วมคิดกัน เพราะรู้อยู่ดีแล้วว่านายกเปกมิใช่เจ้าของที่ดินไม่มีอำนาจขายฝากที่ดินนั้นได้ แต่จำเลยได้ให้นายยกเปกแจ้งข้อความเท็จต่ออำเภอว่า เป็นเจ้าของที่ดินนี้ โดยนายยกเปกได้รับมรดกจากบิดามารดาและภรรยา อำเภอหลงเชื่อว่าเป็นความจริงจึงได้ทำนิติกรรมขายฝากให้โจทก์เพิ่งทราบความขึ้น จึงขอให้เพิกถอนนิติกรรมนั้น จำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นของนายยกเปก จำเลยซื้อโดยสุจริต และได้ครอบครองโดยสงบและเปิดเผยโดยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน ๑๐ ปีแล้ว ฯลฯ ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์สืบไม่พอฟังว่าจำเลยรู้ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์มาแต่แรกและเห็นว่า การขายฝากกระทำกันตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๗๖ ก่อนใช้ ป.ม.แพ่ง ฯ บรรพ ๕ บิดาย่อมมีอำนาจขายทรัพย์สินของบุตรที่อยู่ในปกครองของตนได้ ฯลฯ จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่พิพาทเป็นที่มือเปล่า เมื่อนายยกเปกขายฝากแก่จำเลยแล้ว นายยกเปกได้ทำสัญญาเช่าที่ดินโรงเรือนจากจำเลย ครั้นเมื่อนายยกเปกถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๔๘๖ วันที่ ๑๑ มกราคม จำเลยได้ฟ้องนางแดง ซึ่งเป็นภรรยานายยกเปก และเป็นมารดาโจทก์ว่า นายยกเปกไม่ถอนที่พิพาทขอให้แสดงว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยให้ขับไล่นางแดง และบริวารออกจากที่พิพาท ศาลพิพากษาให้จำเลยชนะคดีเรื่องนั้นในระหว่างคดีนั้นยังไม่ถึงที่สุด โจทก์ได้ยื่นฟ้องคดีนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ กับคดีเรื่องก่อนที่จำเลยฟ้องนางแดงนั้น คู่ความเป็นคนละคนกัน การที่โจทก์ซึ่งมิใช่คู่ความในคดีก่อนมาฟ้องในคดีนี้ จึง+ และข้อที่ว่าการขายฝากกระทำกันก่อนใช้ ป.ม.แพ่งฯ บรรพ ๕ บิดาย่อมมีอำนาจขายฝากทรัพย์ของบุตรที่อยู่ใน ความปกครองของตนได้นั้น เป็นเรื่องบิดาทำสัญญาขาย+ของบุตรในนามของบุตร คือกระทำแทนบุตรในหน้าที่ผู้ปกครอง+แต่ในคดีนี้นายยกเปกทำสัญญาในนามของตนเอง ฉะนั้นจึง+ถือว่านายยกเปกขายฝากที่ดินรายนี้เป็นส่วนตัว ไม่ใช่กระทำแทนโจทก์ เมื่อปรากฎว่าที่ดินไม่ใช่ของนายยกเปก ทั้งจำเลยก็ทราบอยู่แล้ว ฉะนั้นการที่จำเลยทำสัญญารับซื้อฝากขาย+นายยกเปกโดยรู้อยู่แล้วว่านายยกเปกไม่ใช่เจ้าของ และ+ทำแทนโจทก์ จึงนำมาใช้ยันกับโจทก์หาได้ไม่ ข้อที่จำเลย+ว่าได้ใช้สิทธิครอบครองที่ดินรายพิพาทมาโดยสงบและเปิดเผยโดยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน ๑๐ ปีแล้วนั้น เห็นว่า เมื่อสัญญารายนี้ไม่ผูกพันโจทก์ดังได้วินิจฉัยมาแล้ว การครอบครองของจำเลยตามข้อสัญญาก็ดี ตามกิริยาที่นายยกเปกกับจำเลยปฏิบัติต่อกันเช่นนี้เช่นการขึ้นเงินครั้งที่ ๒ ก็ดี เป็นทำนองเอาที่ดินประกันเงินกู้ โดยยอมให้มีสิทธิไถ่ถอนได้ภายใน ๑๐ ปี ฉะนั้นภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว จำเลยจะอ้างว่า+ ครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของหาได้ไม่ นับตั้งแต่ครบกำหนดการไถ่ถอนจนถึงวันฟ้องเป็นเวลาไม่ถึง ๑ ปี ทั้งจำเลยรู้อยู่ว่านายยกเปกครอบครองแทนโจทก์ จำเลยจึงอ้างอายุความปกครองโดยปรปักษ์มาใช้ยังไม่ได้ โจทก์ยังไม่ขาดกรรมสิทธิในที่ดินรายพิพาท จึงพร้อมกันพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ + ที่ดินรายพิพาทเป็นของโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2494 นางดวงเดือน ชีวนิช โจทก์ นายปี่ ชนะบุรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางดวงเดือน ชีวนิช · จำเลย - นายปี่ ชนะบุรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวัติ ปัตตพงศ์ · นาถปริญญา · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปากพนัง · ศาลอุทธรณ์ - พระพิบูลไอศวรรย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 1739/1739ฎีกา 464/2497ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2057/2529ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1030/2509ฎีกา 1052/2509ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2345/2540ฎีกา 967/2491ฎีกา 6868/2541ฎีกา 3649/2525ฎีกา 8364/2544ฎีกา 2207/2524ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา