⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 388/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 388/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ประธานกรรมการมีอำนาจสั่งการให้ทำกิจการของบริษัทโดยตรงได้ แม้จะไม่ได้ลงลายมือชื่อตามข้อบังคับของบริษัท หากการสั่งการนั้นไม่ขัดต่อข้อบังคับและไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดมีอำนาจพิเศษในการสั่งการนั้น

ย่อคำพิพากษา

แม้ข้อบังคับของบริษัทจะมีความว่า "ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้จัดการคนใดคนหนึ่งหรือกรรมการอื่นร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปมีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัทในเอกสาร ตราสาร หรือหนังสือสำคัญได้ " ประธานกรรมการก็มีอำนาจสั่งปากเปล่า (ไม่ใช่การเซ็นชื่อ) ให้ทำกิจการของบริษัทโดยตรงได้เมื่อไม่ปรากฎว่าการสั่งในกรณีเช่นนั้นอยู่ในอำนาจของผู้ใดเป็นพิเศษ และต้องถือว่ามีผลผูกพันบริษัท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1144

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลายแล้ว ในการรวบรวมทรัพย์สินของผู้ล้มละลายปรากฎต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าจำเลยมีสิทธิที่จะได้รับชดใช้ค่าเสียหายจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ที่สั่งให้จำเลยหยุดการทำการก่อสร้างตัวตึกธนาคารที่สาขาสาม+เป็นเงิน ๑๐๒,๒๐๐ บาทจึงได้แจ้งให้ธนาคารกรุงศรีอยุธยาส่งเงินจำนวนดังกล่าวต่อกองบังคับคดีล้มละลาย แต่ธนาคารปฏิเสธ เจ้าพนักงานบังคับคดียืนยันอีกครั้งหนึ่ง ธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลแพ่ง ศาลแพ่งไต่สวนพยานทั้งสองฝ่ายแล้วฟังว่า จำเลยได้หยุดก่อสร้าง เพราะหลวงประเจิด ฯ ประธานกรรมการธนาคารผู้ร้องเป็นผู้สั่ง และหยุดอยู่ประมาณ ๑ ปีเศษ จึงได้ก่อสร้างต่อ ส่วนค่าเสียหายฟังว่าผู้ร้องต้องรับผิดเพียง ๕๗๗๐๐ บาท จึงมีคำสั่งให้ผู้ร้องชำระหนี้ของผู้ล้มละลายต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นเงิน ๕๗๗๐๐ บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้ล้มละลายได้หยุดงานก่อสร้างโดยความสมัครใจ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย จึงพิพากษากลับให้จำหน่ายชื่อผู้ร้องจากบัญชีลูกหนี้ของผู้ล้มละลาย โดยคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสีย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า หลวงประเจิด ฯ ประธานกรรมการเป็นผู้สั่งให้ผู้ล้มละลายหยุดการก่อสร้าง โดยไม่ปรากฎว่าผู้ล้มละลายได้ตกลงยินยอมด้วย ฝ่ายธนาคารผู้ร้องจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา+ปัญหาที่ว่า คำสั่งของหลวงประเจิดฯไม่ผูกพันธนาคารผู้ร้องนั้น ปรากฎตามข้อบังคับของธนาคารข้อ ๗ วรรค ๒ มีว่า "ประธานกรรมการ หรือกรรมการผู้จัดการคนใดคนหนึ่ง หรือกรรมการอื่นรวมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป มีอำนาจลงลายมือชื่อแลประทับตราของบริษัทในเอกสาร ตราสารหรือหนังสือสำคัญได้" ซึ่งแสดงว่าประธานกรรมการแต่เพียงผู้เดียวก็มีอำนาจเซ็นชื่อแทนบริษัทได้ เรื่องนี้แม้จะเป็นการสั่งปากเปล่า ไม่ใช่การเซ็นชื่อ แต่ก็เป็นกิจการของบริษัทโดยตรง และไม่ปรากฎว่า การสั่ง+กรณีเช่นนี้อยู่ในอำนาจของผู้ใดเป็นพิเศษ จึงต้องถือว่า ประธานกรรมการมีอำนาจสั่งได้และมีผล+พันธนาคารผู้ร้องตามที่ศาลแพ่งชี้มาเรื่องค่าเสียหายเห็นควรให้ ๒๖๒๖๐๐ บาท จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ผู้ร้องชำระค่าเสียหาย+ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 388/2494 บริษัทชุมแสง จำกัด (โดยนายเปงกวาง กรรมการ ) โจทก์ นายก๊กหรือก๊กอุ้น แซ่อู้ จำเลย ธนาคารแห่งกรุงศรีอยุธยา จำกัด ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทชุมแสง จำกัด (โดยนายเปงกวาง กรรมการ ) · จำเลย - นายก๊กหรือก๊กอุ้น แซ่อู้ · ผู้ร้อง - ธนาคารแห่งกรุงศรีอยุธยา จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาถปรีชา · ประมูล สุวรรณศร · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายพันธ์ นัยวินิจ · ศาลอุทธรณ์ - หลวง+
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 114/2536ฎีกา 782/2516ฎีกา 336/2525ฎีกา 1141/2502ฎีกา 1630/2509ฎีกา 1121/2533ฎีกา 1671/2494ฎีกา 2885/2532ฎีกา 6807/2539ฎีกา 1448/2520ฎีกา 3486/2532ฎีกา 1180/2511ฎีกา 5052/2539ฎีกา 473/2513ฎีกา 1925/2516ฎีกา 2577/2518ฎีกา 131-146/2518ฎีกา 677-679/2528ฎีกา 1121/2513ฎีกา 3546/2525ฎีกา 362/2512ฎีกา 482/2497ฎีกา 1980/2519ฎีกา 1642/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา