⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3324/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3324/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่กรรมการผู้จัดการของบริษัทลงลายมือชื่อในเอกสารแทนบริษัท แม้จะไม่ได้ประทับตราของบริษัท ก็ถือว่าบริษัทผูกพันตามเอกสารนั้น หากการกระทำนั้นเป็นการกระทำแทนบริษัท.

ย่อคำพิพากษา

ในการติดต่อกับบุคคลธรรมดาอื่น ๆ บริษัทจำเลยที่ 1 มักจะไม่ประทับตราของบริษัท แต่เมื่อติดต่อกับหน่วยราชการจึงจะใช้ตราประทับ และเมื่อบริษัทจำเลยที่ 1 ทำสัญญาให้โจทก์รับเหมาช่วงขุดคลองส่งน้ำของกรมชลประทานกรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ 1ได้ลงลายมือชื่อ แต่ไม่ได้ประทับตราบริษัท บริษัทจำเลยที่ 1 ก็ผูกพันตามสัญญา ดังนั้นการที่กรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้ไว้แก่โจทก์เนื่องจากโจทก์หาเงินมาให้บริษัทจำเลยที่ 1 ใช้จ่ายในงานก่อสร้างที่รับเหมาจากกรมชลประทานแม้จะมิได้ประทับตราบริษัทจำเลยที่ 1 ก็เป็นการทำแทนบริษัทหนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวจึงผูกพันบริษัทจำเลยที่ 1

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1144 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1167

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นบริษัทจำกัด มีนายดุสิตเป็นกรรมการผู้จัดการ โจทก์ได้จัดการหาเงินมาให้บริษัทจำเลยที่ ๑ เพื่อเป็นทุนในงานก่อสร้างที่รับเหมาจากกรมชลประทาน และนายดุสิตกรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ ๑ ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้แก่โจทก์ ต่อมานายดุสิตถึงแก่กรรม จำเลยที่ ๒ ได้เป็นผู้จัดการมรดกของนายดุสิตและเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ ๑ โจทก์จึงแจ้งให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้แก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองปฏิเสธจึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ รวมทั้งต่อสู้ว่าหนังสือรับสภาพหนี้ไม่ผูกพันบริษัทจำเลยที่ ๑ เพราะไม่มีการประทับตราบริษัทขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงินตามหนังสือรับสภาพหนี้แก่โจทก์ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า หนังสือรับสภาพหนี้ไม่ผูกพันจำเลยที่ ๑ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏจากพยานโจทก์ว่า ในการติดต่อกับบุคคลอื่นบริษัทจำเลยที่ ๑ มักจะไม่ประทับตราของบริษัท แต่เมื่อติดต่อกับหน่วยราชการจึงใช้ตราประทับ และจำเลยที่ ๒ ก็เบิกความว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ บริษัทจำเลยที่ ๑ ทำสัญญากับกรมชลประทานรับเหมาก่อสร้างคลองส่งน้ำโครงการชลประทานเสาธงจังหวัดนครศรีธรรมราช ตามเอกสารหมาย จ.๑๘ แล้วนายดุสิตได้ทำสัญญาให้โจทก์รับเหมาช่วงขุดคลองส่งน้ำดังกล่าวไปทำ ตามสัญญาเอกสารหมาย จ.๑ การทำสัญญาเอกสารหมาย จ.๑ นายดุสิตทำแทนบริษัทจำเลยที่ ๑ มีข้อความว่า"ข้าพเจ้าบริษัทดุสิต จำกัด โดยนายดุสิต จุฑามาชาติ กรรมการผู้จัดการ"แต่ตอนท้ายของสัญญานายดุสิตลงแต่ลายมือชื่อ ไม่ได้ประทับตราบริษัทจำเลยที่ ๑ บริษัทจำเลยที่ ๑ ก็ผูกพันตามสัญญา ฉะนั้นการที่นายดุสิตทำหนังสือรับสภาพหนี้ตามเอกสารหมาย จ.๑๔ ให้โจทก์ไว้ แม้จะไม่ประทับตราของบริษัทจำเลยที่ ๑ ก็มีเหตุผลฟังได้ว่านายดุสิตทำแทนบริษัทจำเลยที่ ๑ ด้วย เพราะมูลหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าว ก็สืบเนื่องมาจากนายดุสิตทำในฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ ๑ ให้โจทก์หาเงินมาให้บริษัทจำเลยที่ ๑ ใช้จ่ายในงานก่อสร้างที่รับเหมามาจากกรมชลประทาน ซึ่งมิใช่งานของนายดุสิตเป็นส่วนตัวเมื่อฟังข้อเท็จจริงว่านายดุสิตทำหนังสือรับสภาพหนี้ตามเอกสารหมาย จ.๑๔แทนจำเลยที่ ๑ หนังสือรับสภาพหนี้เอกสารหมาย จ.๑๔ จึงผูกพันจำเลยที่ ๑ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3324/2524 นายอรุณ เชาว์บวร โจทก์ บริษัทดุสิต จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอรุณ เชาว์บวร · จำเลย - บริษัทดุสิต จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บรรเทอง ภู่กฤษณา · ชลูตม์ สวัสดิทัต · วัฒน์ ผดุงจิตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทลุง - นายทิว บู่สาลี · ศาลอุทธรณ์ - นายยรรยง อิทธิพงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1235/2518ฎีกา 1235/2567ฎีกา 114/2536ฎีกา 558/2553ฎีกา 6258/2550ฎีกา 2159/2542ฎีกา 7168/2542ฎีกา 782/2516ฎีกา 336/2525ฎีกา 1141/2502ฎีกา 1630/2509ฎีกา 1121/2533ฎีกา 1671/2494ฎีกา 2885/2532ฎีกา 6807/2539ฎีกา 4115/2556ฎีกา 1448/2520ฎีกา 3486/2532ฎีกา 4214/2539ฎีกา 1180/2511ฎีกา 5052/2539ฎีกา 473/2513ฎีกา 2565/2533ฎีกา 1925/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา