คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 830/2494
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของที่ดินมือเปล่า ยอมให้เจ้าของร่วมอีกคนนำที่ดินไปขายฝากทั้งแปลง และเมื่อครบกำหนดแล้วไม่ไถ่ถอน ถือว่าเจ้าของที่ดินมือเปล่านั้นได้สละสิทธิในที่ดินแล้ว ส่วนการครอบครองที่ดินที่เหลืออยู่ เป็นการครอบครองในฐานะผู้เช่า
ย่อคำพิพากษา
เจ้าของที่ดินมือเปล่ายอมให้เจ้าของร่วมอีกคนซึ่งเอาที่ดินไปขายฝากแก่+ไว้ทั้งแปลงครบกำหนดถอนตามสัญญาก็ไม่ไถ่ถอน+และเจ้าของร่วมผู้ขายผู้เช่าที่ดินนี้จากเขาทำกินดังนี้ ถือได้ว่าเจ้าของที่ดินคนละที่ดินนั้นแล้ว ที่ยังคงครอบครองที่ดินอยู่ ก็เป็นเรื่องครอบครองในฐานะเป็นผู้เช่า
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท
จำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาท
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาประชุมปรึกษาคดีแล้ว ได้ความว่า ที่นารายพิพาทและนอกที่พิพาทเป็นที่นายังไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน นางน้อยจำเลยผู้เป็นเจ้าของร่วมกับนายจิตรู้เห็นยินยอมให้นายจิตทำสัญญาขายฝากแก่โจทก์ไว้ กำหนดไถ่ถอนคืนภายใน ๙ ปี จำเลยและนายจิต ไม่ไถ่ถอนคืนภายในกำหนดเวลาตามสัญญา ทั้งจำเลยและนายจิตได้เช่าทำนานี้ตลอดมาเช่นนี้ เท่ากับจำเลยสละที่พิพาทแล้วโจทก์เป็นฝ่ายครอบครองมาย่อมได้สิทธิครอบครองตามกฎหมายเพราะมีผู้เช่าครอบครองแทน ข้อเท็จจริงฟังได้ความว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทในฐานะผู้เช่า ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 830/2494
นางสุ่ย ทรัพย์เย็น โจทก์
นายรัก โตเอี่ยมที่ 1, นายน้อย โตเอี่ยมที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสุ่ย ทรัพย์เย็น · จำเลย - นายรัก โตเอี่ยมที่ 1, นายน้อย โตเอี่ยมที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นนทประชา · มนูภันย์วิมลสาร · วิเทศจรรยารักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายจำรูญ โชติรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนาท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา