คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1387/2495
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โทษกักกันเป็นโทษที่ศาลจะลงแก่จำเลยได้ต่อเมื่อจำเลยกระทำความผิดตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น และเป็นโทษที่แยกต่างหากจากโทษอันเป็นฐานความผิดที่จำเลยได้กระทำลง
ย่อคำพิพากษา
โทษกักกันเป็นโทษเพิ่มสถานหนึ่งต่างหากจากโทษอันเป็นฐานความผิดที่ได้กระทำลง ฉะนั้นแม้จำเลยจะรับสารภาพศาลก็ลดทษกักกันให้ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 59 ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะอาญา ม.59
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๔ ให้จำคุก ๑ ปี เพิ่มโทษตามมาตรา ๗๒ อีก ๑ ใน ๓ ลดโทษตามมาตรา ๕๙ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๘ เดือนนับให้กักกัน มีกำหนด ๓ ปี ของกลางริบ
จำเลยอุทธรณ์, ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ต้องลดโทษกักกันให้จำเลยกึ่งหนึ่งด้วยนั้น โทษกักกันเป็นโทษเพิ่มสถานหนึ่งต่างหากจากโทษลักทรัพย์ อันเป็นฐานความผิด จะลดโทษตามมาตรา ๕๙ ไม่ได้
ให้ยกฎีกาจำเลย โดยพิจารณายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1387/2495
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายเซ้ง น้ำทรัพย์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายเซ้ง น้ำทรัพย์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยการณ์โกวิท · ประศาสน์วินิจฉัย · ประศาสน์วินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายแถม สิริสาลี · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอาทรคดีราษฎร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา