⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 665/2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 665/2495

ย่อคำพิพากษา

ภริยาได้รับทรัพย์มรดกจากบิดามารดาของตนมาในระหว่างที่อยู่กินเป็นสามีภริยากับสามี ย่อมถือว่าทรัพย์มรดกที่ได้มานั้น เป็นสินสมรสระหว่างตนกับสามี เมื่อเอาทรัพย์นั้นไปขายได้เงินมา แล้วซื้อที่ดินและบ้านเรือน ก็ย่อมถือว่าที่ดินและบ้านเรือนนั้นเป็นสินสมรสอยุ่นั่นเอง การแบ่งสินสมรสระหว่างสามีภริยาเมื่อก่อนใช้ป.ม.แพ่งฯบรรพ 5 นั้น ถ้าทั้งสองฝ่ายไม่มีสินเดิมด้วยกัน ก็ให้แบ่งสินสมรสเป็น 3 ส่วน ให้ชายได้ 2 ส่วน หญิงได้ 1 ส่วน และในกรณีที่ชายถึงแก่กรรมส่วนของชายย่อมตกเป็นมรดกตกได้แก่บุตรและภรรยาคนละส่วนเท่า ๆกัน ถ้ามีภรรยา 2 คน ก็คงได้รับส่วนแบ่งร่วมกันเพียงส่วนเดียว และในส่วนเดียวนี้ ยังแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ภริยาหลวงได้ 2 ส่วน ภริยาน้อยได้1 ส่วน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1466 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1635 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1636

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายย้อนมีภริยา ๒ คน คือนางจำเป็นโจทก์ที่ ๑ เป็นภรรยาหลวง มีบุตร ๔ คน คือโจทก์ในคดีนี้ จำเลยเป็นภรรยาน้อย มีบุตร ๑ คน บัดนี้นายย้อนถึงแก่กรรม ทรัพย์อันเป็นสินสมรสตกอยู่ที่จำเลย โจทก์ขอแบ่งจำเลยไม่ยอม จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยต่อสู้ว่า ทรัพย์ที่โจทก์ขอแบ่งได้เอาเงินสินเดิมของจำเลยไปซื้อ จึงต้องเป็นสินเดิมของจำเลย จะเอาไปแบ่งไม่ด้ ศาลชั้นต้นฟังตามข้อต่อสู้ของจำเลย จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า ที่บ้านและห้องแถวนั้น จำเลยซื้อด้วยเงินที่จำเลยขายเรือนและยุ้งข้าวโดยเรือนและยุ้งข้าวนี้ จำเลยได้รับมรดกมาจากบิดามารดา ได้ความว่าบิดามารดาตาย ภายหลังจำเลยได้กับนายย้อนแล้ว เรือนและยุ้งข้าวนั้น ก็ต้องถือว่าเป็นสินสมรส หาใช่เป็นสินเดิมของจำเลยไม่เมื่อจำเลยขายสินสมรส หาใช่เป็นสินเดิมของจำเลยไม่ เมื่อจำเลยขายสินสมรสได้เงิน เอามาซื้อที่บ้านและห้องแถว ดังนี้ ที่บ้านและห้องแถวก็ต้องตกเป็นสินสมรส นาพิพาทก็เป็นสินสมรสเช่นกัน และฟังว่า นายย้อนและจำเลยต่างไม่มีสินเดิม จึง พิพากษาแก้ว่า ที่บ้านและห้องแถวพิพาทกับที่นาพิพาทเป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยและนายย้อน ให้แบ่งเป็น ๓ ส่วน ให้จำเลยได้ ๑ ส่วน นายย้อน ๒ ส่วน ส่วนของนายย้อนให้แบ่งเป็น ๑๐ ส่วน ได้แก่บุตรนายย้อนกับโจทก์ ๘ คน กับบุตรที่เกิดกับจำเลย ๑ คน คนละ ๑ ส่วน อีก ๑ ส่วนได้แก่โจทก์กับจำเลยร่วมกัน และแบ่งส่วนที่ได้แก่โจทก์ที่ ๑ และจำเลยนี้ให้แบ่งเป็น ๓ ส่วน ได้แก่ ++ สองส่วน ได้++จำเลยหนึ่งส่วน ฯลฯ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 665/2495 นางจำเป็น ชนะไพริน ที่ 1 โดยส่วนตัวและผู้แทนโดยชอบธรรมของนาย วิจารณ์ ด.ช.สาธุ ด.ช.บรรจุ ด.ญ. เรณู และ ด.ช. บรรจบ นายชอบ ชนะ ไพริน ที่ 2, นางสุดจิตร พลวัฒน์ ที่ 3, น.ส.อาจิณ ชนะไพริน ที่ 4 โจทก์ นางแถม ชนะไพริน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโดยส่วนตัวและผู้แทนโดยชอบธรรมของนาย - นางจำเป็น ชนะไพริน ที่ 1 · ชนะ - วิจารณ์ ด.ช.สาธุ ด.ช.บรรจุ ด.ญ. เรณู และ ด.ช. บรรจบ นายชอบ · โจทก์ - ไพริน ที่ 2, นางสุดจิตร พลวัฒน์ ที่ 3, น.ส.อาจิณ ชนะไพริน ที่ 4 · จำเลย - นางแถม ชนะไพริน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยการณ์โกวิท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - ++ · ศาลอุทธรณ์ - ++
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 271-272/2485ฎีกา 306/2493ฎีกา 370/2506ฎีกา 1476/2518ฎีกา 1775/2512ฎีกา 134/2513ฎีกา 1123/2487ฎีกา 541/2509ฎีกา 478/2501ฎีกา 5691/2554ฎีกา 1028/2564ฎีกา 1096/2511ฎีกา 348/2511ฎีกา 821/2491ฎีกา 298/2505ฎีกา 489/2486ฎีกา 987/2485ฎีกา 293/2520ฎีกา 459/2492ฎีกา 991/2501ฎีกา 6711/2537ฎีกา 2671/2548ฎีกา 199-200/2491ฎีกา 413/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา