⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1155/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1155/2496

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยมิได้ปฏิเสธสัญญาที่โจทก์ฟ้องเสียทั้งหมด แต่กล่าวอ้างว่าไม่ถูกต้องเพียงบางส่วน จำเลยจึงต้องเป็นฝ่ายนำสืบก่อน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำหนังสือให้ไว้แก่โจทก์ว่าจะรื้อถอนอาคารออกไปจากที่ดินของโจทก์ภายในกำหนด โดยจำเลยยินยอมรับเงินค่ารื้อถอนเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ครั้นเมื่อโจทก์ให้เงินจำเลยแล้ว และถึงกำหนดเวลาแล้ว จำเลยก็ไม่รื้อจึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยรับว่าได้ลงชื่อในสัญญาที่โจทก์อ้างจริงแต่เป็นเพราะถูกโจทก์หลอกลวงให้ ลงชื่อ โดยความจริงโจทก์จำเลยตกลงกันให้จำเลยรื้ออาคารเพียงส่วนน้อยเพื่อให้ได้ระดับกับห้องแถวที่ปลูกอยู่ข้าง เคียงแล้วโจทก์ให้จำเลยลงนามในเอกสารโดยไม่อ่านข้อความให้จำเลยฟัง ดังนี้เป็นเรื่องจำเลยมิได้ปฏิเสธสัญญา ที่โจทก์ฟ้องเสียทั้งหมด เป็นแต่กล่าวอ้างว่าไม่ถูกต้องเพียงบางส่วน เช่นนี้จำเลยจึงต้องเป็นฝ่ายนำสืบก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ทำหนังสือสัญญาให้ไว้แก่โจทก์ว่าจะรื้อถอนโรงทำขนมจีนและเลี้ยงสุกร ออกไปจากที่ดินของโจทก์ ภายใน ๔ เดือน โดยยินยอมรับเงินค่ารื้อถอนเป็นจำนวนเงิน ๑,๐๐๐ บาท ต่อมาจำเลยก็ได้รับเงิน ๑,๐๐๐ บาทไปแล้ว แต่ ครบกำหนดแล้วไม่รื้อถอนไป โจทก์จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยรับว่า ได้ลงนามในสัญญาจริง แต่ต่อสู้ว่าถูกโจทก์หลอกลวง เพราะโจทก์ตกลงให้จำเลยรื้ออาคารของจำเลยเป็น ส่วนน้อย เพื่อให้ได้ระดับกับห้องแถวที่ปลูกอยู่ข้างเคียง โดยโจทก์ยอมให้ค่ารื้อถอนแก่จำเลย ๑,๐๐๐ บาท แล้วโจทก์ให้ จำเลยลงชื่อในเอกสารโดยไม่ได้อ่านข้อความให้จำเลยฟังสัญญานั้นจึงใช้บังคับไม่ได้ โจทก์ จำเลยต่างไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน ว่าสัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องนี้ตอนใดไม่ถูกต้องบ้าง และจำเลยถูกหลอกลวง อย่างใด เมื่อจำเลยไม่นำสืบ จำเลยก็แพ้คดี พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนโรงทำขนมจีนและสุกรไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยมิได้ปฏิเสธสัญญาที่โจทก์ฟ้องเสียทั้งหมด เป็นแต่กล่าวอ้างว่าไม่ถูกต้องเพียงบางส่วน เช่นนี้จำเลยจึงต้องเป็นฝ่ายนำสืบก่อน ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยคดีชอบแล้ว พิพากษายืน./ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1155/2496 นายอาทร สังขวัฒนะ โจทก์ นายโอวเจียะ แซ่ตั้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอาทร สังขวัฒนะ · จำเลย - นายโอวเจียะ แซ่ตั้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ธรรมบัณฑิต · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - หลวงจักรปาณีศรีศิลวิสุทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - พระพิบูลไอศวรรย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1561/2520ฎีกา 6801/2540ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 794/2509ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3649/2525ฎีกา 5712/2541ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 6848/2540ฎีกา 70/2518ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1302/2535ฎีกา 1816/2534ฎีกา 2635/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา