คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 48/2497
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้เลิกห้างหุ้นส่วนและตั้งผู้ชำระบัญชีแล้ว การบังคับให้ลูกหนี้หรือผู้มีทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนชำระหนี้หรือส่งมอบทรัพย์สินจะต้องฟ้องเป็นคดีใหม่ต่างหาก ไม่สามารถขอให้ศาลบังคับในคดีเดิมที่ขอเลิกห้างหุ้นส่วนได้
ย่อคำพิพากษา
ในกรณีที่ฟ้องร้องขอเลิกห้างหุ้นส่วนและตั้งผู้ชำระบัญขีนั้น เมื่อศาลพิพากษาให้เลิกและตั้งผู้ชำระบัญชีแล้ว เมื่อปรากฎแก่ผู้ชำระบัญชี ผู้ใดเป็นลูกหนี้หรือมีทรัพย์สินเกี่ยวข้องแก่ห้างหุ้นส่วนที่ชำระบัญชี และผู้นั้นไม่ยอมชำระหรือนำส่งแล้ว ก็ย่อมต้องฟ้องร้องต่อศาลเป็นเรื่อง ๆ ไป จะขอให้ศาลบังคับให้เขาส่งหรือชำระในคดีเดิมที่ขอเลิกหุ้นส่วนนั้นไม่ได้ เพราะมิได้มีกฎหมายให้อำนาจไว้ดังในเรื่องล้มละลาย
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 5/2497
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องจำเลยขอเลิกห้างหุ้นส่วนและตั้งผู้ชำระบัญชี จำเลยให้การว่าเหมืองแร่เป็นของจำเลยไม่ได้เป็นหุ้นส่วนกับใคร ศาลพิพากษาว่าโจทก์จำเลยได้เข้าหุ้นส่วนซื้อเหมืองเรือขุดและอุปกรณ์ให้กองหมายเป็นผู้ชำระบัญชี คดีถึงที่สุด
ในชั้นชำระบัญชี ผู้ชำระบัญชีมีคำสั่งให้จำเลยส่งประทานบัตร ๑๖ แปลง จำเลยไม่ยอมส่ง ผู้ชำระบัญชีขอให้ศาลชั้นต้นบังคับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยส่ง
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาปรึกษาเห็นว่า มูลกรณีที่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งเลิกห้างหุ้นส่วนและขอตั้งผู้ชำระบัญชี จึงมีประเด็นเพียงว่า คู่ความเป็นหุ้นส่วนกันหรือไม่ และควรสั่งเลิกห้างหุ้นส่วน ตั้งผู้ชำระบัญชีหรือไม่เท่านั้น ไม่มีประเด็นไปถึงกรรมสิทธิในทรัพย์ของหุ้นส่วน และมีมติในที่ประชุมใหญ่ว่า ในเรื่องตั้งผู้ชำระบัญชีนี้กฎหมายมิได้บัญญัติให้อำนาจบังคับบัญชาผู้เกี่ยวข้องไว้ดังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ความใน ป.พ.พ.มาตรา ๑๐๖๒ เพียงแต่บัญญัติถึงวิธีการที่ผู้ชำระบัญชีจะต้องกระทำเป็นลำดับก่อนและหลังเท่านั้น ฉะนั้นเมื่อปรากฎแก่ผู้ชำระบัญชีว่าผู้ใดเป็นลูกหนี้หรือมีทรัพย์สินเกี่ยวข้องแก่ห้างหุ้นส่วนที่ชำระบัญชีและผู้นั้นไม่ยอมชำระหรือนำส่ง ก็ย่อมต้องฟ้องร้องต่อศาลเป็นเรื่อง ๆ ไป จะขอให้ศาลบังคับดังในเรื่องล้มละลายมิได้เพราะมิได้มีกฎหมายให้อำนาจไว้ เหตุนี้การที่ศาลบังคับจำเลยให้ส่งประทานบัตรตามที่ผู้ชำระบัญชีรายงานต่อศาล ซึ่งจำเลยเถียงว่าเป็นของจำเลย ไม่ใช่ทรัพย์ที่ถูกบังคับตามคำพิพากษาโดยมิได้มีการฟ้องร้อง ย่อมเป็นการผิดกฎหมายกระบวงวิธีพิจารณาจึงพิพากษายกคำสั่งและคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ชำระบัญชี และผู้เป็นหุ้นส่วนที่จะฟ้องร้องให้ถูกต้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 48/2497
นายเชียงเซ็งหรือซงฮี้ แซ่อื้อ ที่ 1, นายจักส้ง หรือจรูญ แซ่อื้อ ที่ 2, โจทก์
นายเอ้งซ้ง แซ่ลิ้ม ที่ 1, นายเกียงซ้ง แซ่ลิ้ม ที่ 2, นายฮกงี้ แซ่อึ้ง ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเชียงเซ็งหรือซงฮี้ แซ่อื้อ ที่ 1, นายจักส้ง หรือจรูญ แซ่อื้อ ที่ 2, · จำเลย - นายเอ้งซ้ง แซ่ลิ้ม ที่ 1, นายเกียงซ้ง แซ่ลิ้ม ที่ 2, นายฮกงี้ แซ่อึ้ง ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงบริรักษ์จรรยาวัตร. · ศาลอุทธรณ์ - พระมนูเวทย์วิมลนาท. |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา