⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 693/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 693/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้อุบายทุจริตล่อลวงพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276.

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยเอาความเท็จมากล่าวอ้างกับหญิงมีชื่อว่าตนเป็นตำรวจจะพาญิงมีชื่อไปส่งบ้านเพราะเป็นผู้หญิงจะไปคนเดียวในเวลาดึกเช่นนั้นไม่ได้ แล้วจำเลยพาหญิงมีชื่อเดินไปถึงสวนลุมพีนีและพาเข้าไปในส่วนลุมพีนีและให้นั่งลงบนสนามหญ้าและพูดจาชักชวนให้หญิงมีชื่อไปบ้านจำเลยแต่หญิงมีชื่อไม่ยอมไปแล้วจำเลยก็รั้งตัวหญิงมีชื่อมากอดจูบ หญิงมีชื่อดิ้นเช่นนี้วินิจฉัยว่าเป็นการใช้อุบายทุจริตล่อลวงพาหญิงมีชื่อไปเพื่อการอนาจาร การกระทำเป็นความผิดต้องด้วยบท ก.ม.อาญา ม.276 แล้ว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.276 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าเมื่อเวลากลางคืนระหว่างวันที่ ๑๗ - ๑๘ มิ.ย.๙๘ จำเลยทั้งสองสมคบกันพูดจาอวดอ้างแสดงตนแก่นางจำเนียร กลิ่นประทุม และนางสังวาลย์ กลิ่นประทุม ว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและใช้วาจาขู่เข็ญใช้อุบายทุจริตล่อลวงจับตัวนางจำเนียรไปเพื่อการอนาจารแล้วจำเลยพานางจำเนียรไปหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้ในสวนลุมพินีและจำเลยที่ ๑ ใช้อำนาจด้วยกำลังกายดึงและกอดจูบและทำอนาจารแก่นางจำเนียร เหตุเกิดที่ ต.สีลม อ.บางรัก และต.ลุมพินี อ.ปทุมวัน จ.พระนคร อนึ่งจำเลยทั้งสองเคยรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาลอันมิใช่ความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษมากกว่า ๒ ครั้งแล้วขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม.๑๒๗,๒๗๖,๒๖๘,๒๗๐,๒๔+,๗๑,๗๒,๖๓ และพ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.๒๔๗๙ ม.๔,๖,๘,๙ จำเลยทั้งให้การปฏิเสธแต่รับว่าเคยต้องโทษมาจริง ศาลอาญา พิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่าคืนโจทก์หาเวลาประมาณ ๒๒.๐๐ น. ขณะที่นางสังวาลย์จะส่งนางจำเนียรน้องสาวให้ขึ้นรถโดยสารที่ถนนคอนแวนต์เพื่อกลับไปบ้านที่ตลาดเจริญผลจำเลยทั้งสองเข้ามาหาและจำเลยที่ ๑ เอาความเท็จมาหลอกลวงว่าตนเป็นตำรวจจะพานางจำเนียรไปส่งเพราะเป็นผู้หญิงจะไปคนเดียวในเวลาดึกเช่นนั้นไม่ได้ แล้วจำเลยทั้งสองพานางจำเนียรเดินไปถึงสวนลุมพินีและพาเข้าไปในสวนลุมพินีแล้วให้นั่งลงบนสนามหญ้า จำเลยที่ ๑ พูดจาชักชวนให้นางจำเนียรไปบ้านจำเลยที่ตำบลมหานาค นางจำเนียรไม่ยอมไป จำเลยที่ ๑ จึงดึงรั้งตัวนางจำเนียรเข้ามากอดจูบ นางจำเนียรดิ้นไม่ยอมให้จำเลยทำ พอดี ส.ต.ต.รส สกดรอยมาประสพเหตุการณ์ก็จับจำเลยทั้งสองไป ศาลอาญาจีงพิพากษาว่านายสนธิ์จำเลยที่ ๑ มีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๑๒๗,๒๔๖ ให้รวมกะทงลงโทษจำคุก ๑ ปี เพิ่มตาม ม.๗๒ และลดรับสารภาพ ๑ ใน ๓ เป็นอันกลบกันไป และให้เพิ่มโทษกักกันจำเลยที่ ๑ ตาม พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.๒๔๗๙ ม.๔,๖,๘,๙ มีกำหนด ๓ ปี ส่วนนายตี๋จำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้องปล่อยตัวไป โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตาม ม.๒๗๖ ด้วยและขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ฐานสมคบกับจำเลยที่ ๑ ด้วย แต่จำเลยที่ ๒ หลบหนีส่งสำเนาอุทธรณ์ให้ไม่ได้ ศาลอุทธรณ์ให้จำหน่ายดคีเฉพาะตัวจำเลยที่ ๒ เสียชั่วคราวก่อน ส่วนคีดเฉพาะตัวจำเลยที่ ๑ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๗๖ ด้วย แต่เห็นว่าโทษที่ศาลอาญาลงไว้พอแก่ความผิดของจำเลยที่ ๑ แล้ว จึงพิพากษาแก้เฉพาะว่า วางบทมาตรา ๒๗๖ ก.ม.อาญา ลงโทษจำเลยที่ ๑ ด้วย นอกจากนี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอาญา นายสนธิ์ โตประวัติ จำเลยที่ ๑ ฎีกาขึ้นมาข้อเดียวว่าความผิดของจำเลยไม่ต้องด้วยบท ม.๒๗๖ ก.ม.อาญา ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาคดีแล้วข้อเท็จจริงเป็นอันฟังได้ดังที่ศาลอาญาวินิจฉัยมา และโดยเฉพาะปัญหาที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาขึ้นมานี้ ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยได้ใช้อุบายทุจริตล่อลวงพานางจำเนียรไปเพื่อการอนาจาร การกระทำของจำเลยที่ ๑ จึงเป็นความผิดตามความที่บัญญัติไว้ใน ก.ม.อาญา ม.๒๗๖ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฎีกาจำเลยเสีย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 693/2499 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายสนธิหรือสนธิ์ โตประวัติ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายสนธิหรือสนธิ์ โตประวัติ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูกิจวิมลอรรถ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลอาญา - นายสอาด สุจริตพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารกิจปรีชา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 974-975/2554ฎีกา 2759/2532ฎีกา 2249/2520ฎีกา 949/2530ฎีกา 1635/2493ฎีกา 19406/2555ฎีกา 891/2521ฎีกา 2740/2523ฎีกา 51/2517ฎีกา 830/2469ฎีกา 1974/2539ฎีกา 975/2508ฎีกา 1436/2498ฎีกา 250/2510ฎีกา 132/2481ฎีกา 667/2521ฎีกา 110/2505ฎีกา 1023/2516ฎีกา 2566/2530ฎีกา 161/2487ฎีกา 2077/2530ฎีกา 994/2537ฎีกา 1672/2538ฎีกา 8917/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา