⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1004/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1004/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าที่มิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือจะฟ้องร้องบังคับคดีกันมิได้นั้น ใช้บังคับเฉพาะระหว่างคู่สัญญาเดิมเท่านั้น ผู้รับโอนสิทธิการเช่าช่วงโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ซื้อห้องแถวจากเจ้าของซึ่งยินยอมให้นายยกเช่าห้องนั้น 10 ปี โดยทำสัญญากันต่อกรมการอำเภอและมีข้อความให้เช่าช่วงได้ ต่อมานายยกให้จำเลยเช่าช่วงด้วยวาจาตกลงกัน 8 ปี ก่อนโจทก์ซื้อและเจ้าของเดิมทราบการเช่าช่วงเช่นนี้ โจทก์จะขับไล่จำเลยให้ออกไปก่อน 8 ปีไม่ได้ บทบัญญัติตาม ม.538 ที่ว่าสัญญาเช่าที่มิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือจะฟ้องร้องกันมิได้ ฯลฯ เป็นเรื่องระหว่างผู้เช่าเดิมกับผู้ให้เช่าช่วงโจทก์จะยกมาตรานี้ใช้ไม่ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.569

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๖ ได้ซื้อห้องแถว ๑ ห้อง ณ ตลาดตาคลี อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ห้องนี้จำเลยเช่าอยู่ และอยู่ต่อมาโจทก์ติดค่าเช่าเดือนละ ๓๐ บาท โดยการเช่าด้วยวาจา ครั้น พ.ศ. ๒๔๙๗ โจทก์ต้องการจะอยู่เองจึงแจ้งให้จำเลยออก จำเลยขอผัด ครั้นหมดกำหนดผัดจำเลยไม่ออก จึงมาฟ้องให้ศาลบังคับให้จำเลยออกจากห้องนั้นกับเรียกค่าเสียหาย จำเลยที่ ๒ แก้ว่าเดิมห้องนี้เป็นของนางสาตร์ เวชชกิจ ๆ ให้นายยกเช่า ๑๐ ปี ไปจดทะเบียนการเช่าต่ออำเภอ ต่อมานายยกให้จำเลยเช่าช่วง ๘ ปี โดยนางสาตร์รู้เห็นยินยอม เมื่อโจทก์ซื้อห้องก็ย่อมมีหน้าที่ที่จะต้องให้จำเลยเช่าให้ครบสัญญาด้วย ส่วนจำเลยที่ ๑ ให้การว่าอาศัยจำเลยที่ ๒ อยู่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยออกจากห้องพิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าโจทก์ย่อมมีหน้าที่ที่จะต้องให้จำเลยเช่าให้ครบ พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ห้องพิพาทมาจากนางสาตร์เจ้าของเดิม ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่ง ฯ ม.๕๖๙ วรรค ๒ ผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีต่อผู้เช่านั้นด้วย โจทก์จึงมีหน้าที่ปฏิบัติตามสัญญาซึ่งนางสาตร์เจ้าของเดิมทำไว้กับนายยกผู้เช่าเดิม ซึ่งตามสัญญายอมให้เช่าข่วงได้ การที่นายยกให้จำเลยที่ ๒ เช่าช่วงจึงเป็นการชอบ การที่นายยกให้จำเลยที่ ๒ เช่าโดยตกลงกัน+ปาก จะฟ้องร้องขอให้บังคับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่ง ฯ ม.๕๓๘ ได้หรือไม่นั้น เป็นเรื่องระหว่างผู้เช่าเดิมกับผู้เช่าช่วงมิใข่ระหว่างผู้ให้เช่ากับผู้เช่าช่วง ผู้ให้เช่าจะอ้างเหตุของการเช่าอันไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือระหว่างผู้เช่าเดิมกับผู้เช่าช่วงมาเป็นเหตุฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าช่วงออกได้ไม่ เพราะผู้เช่าช่วงได้เช่าอยู่โดยอาศัยสิทธิของผู้เช่าเดิม จึงพิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1004/2500 นายประพันธ์ แสงสอาด โจทก์ นางฉ่าย แซ่ลิ้ม ที่ 1 นายกิมจุ๊ย แซ่ลิ้ม ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประพันธ์ แสงสอาด · 1 - นางฉ่าย แซ่ลิ้ม ที่ · จำเลย - นายกิมจุ๊ย แซ่ลิ้ม ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์ · ประศาสน์วินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์นายสมบัติ วังตาล · หลวงปรีชาดุลยกิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1599/2506ฎีกา 1413/2513ฎีกา 791/2501ฎีกา 876/2516ฎีกา 5542/2542ฎีกา 2132-2135/2538ฎีกา 534/2509ฎีกา 734/2516ฎีกา 1678/2512ฎีกา 1249/2515ฎีกา 7609/2555ฎีกา 44/2553ฎีกา 2505/2524ฎีกา 698/2540ฎีกา 1111/2494ฎีกา 349/2509ฎีกา 1408/2497ฎีกา 835/2499ฎีกา 25/2491ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 1226/2508ฎีกา 1439/2524ฎีกา 1437/2510ฎีกา 152/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา