⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1384/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1384/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของบุคคลที่อยู่ใต้บังคับบัญชา ซึ่งไม่ทราบเจตนาของผู้บังคับบัญชาในการเรียกใช้สิ่งของนั้น ไม่ถือว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิดในการกระทำผิดของผู้บังคับบัญชา

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 เป็นคนงานโรงบ่มใบยา อยู่ในบังคับของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนายสถานีโรงบ่มเมื่อจำเลยที่ 1 ตะโกนให้จำเลยที่ 2 เอาปืนมาให้เร็วจำเลยที่ 2 ก็นำปืนลูกกรดมาให้ที่บันไดหลังบ้านพักของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้ใช้ปืนนั้นยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย ดังนี้ จำเลยที่ 2 ยังไม่ควรมีความผิดฐานสมรู้ด้วยจำเลยที่ 1 เพราะไม่ได้ความแน่ชัดว่าจำเลยที่ 2 ได้รู้เห็นเป็นใจช่วยเหลืออุปการะในการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 ที่จำเลยที่ 2 ได้กระทำไปนั้นก็โดยเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 1 และไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 จะเรียกเอาปืนไปเพื่อประโยชน์อันใด.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.65 กฎหมายลักษณะอาญา ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เรื่อง ฆ่าคนโดยเจตนา โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้ง ๓ สมคบกันใช้ปืนยิงนายสุบินตายโดยเจตนา จำเลยทั้ง ๓ ปฏิเสธ ศาลจังหวัดหนองคายฟังว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันชีวิตพอสมควรแก่เหตุ ได้รับยกเว้นโทษตามมาตรา ๕๐ กฏหมายลักษณะอาญา ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ ๑ ผิดมาตรา ๒๔๙ รับขั้นสอบสวนลดโทษให้ ๑ ใน ๓ จำคุก ๑๐ ปี จำเลยที่ ๒ ผิดตาม ม.๒๔๙ - ๖๕ ให้จำคุก ๑๐ ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ - ๒ ฏีกา ศาลฏีกาฟังว่าจำเลยที่ ๑ ผิด ม. ๒๔๙ ส่วนจำเลยที่ ๒ นั้นได้ความว่าเป็ฯคนงานโรงบ่มใบยาของโรงงานยาสูบซึ่งอยู่ในบังคับบัญชาของจำเลยที่ ๑ (จำเลยที่ ๑ิ เป็นนายสถานีโรงบ่มยา) เมื่อจำเลยที่ ๑ ตะโกนให้จำเลยที่ ๒ เอาปืนมาให้เร็ว จำเลยที่ ๒ ก็นำปืนลูกกรดมาให้ที่บันไดหลังบ้านพักของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ ได้ใช้ปืนนั้นยิงนายสุบินถึงแก่ความตาย ศาลฏีกาเห็นว่าจำเลยที่ ๒ ยังไม่ควรมีความผิดฐานสมรู้ด้วยจำเลยที่ ๑ ดังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เพราะไม่ได้ความแน่ชัดว่าจำเลยที่ ๒ ได้รู้เห็นเป็นใจช่วยเหลืออุปการะในการกระทำผิดของจำเลยที่ ๑ ที่จำเลยที่ ๒ ได้กระทำไปนั้นก็โดยเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ ๑ และไม่ทราบว่าจำเลยที่ ๑ จะเรียกเอาปืนไปเพื่อประโยชน์อันใด พิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ ๒ ยังไม่ผิด ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๒ นอกจากนี้คงยืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1384/2500 พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย โจทก์ นายจำรัส บุญเต็ม กับพวกรวม 3 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย · จำเลย - นายจำรัส บุญเต็ม กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิบูลย์ไอศวรรย์ · มนูภันย์วิมลสาร · ประศาสน์วินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดหนองคาย - นายสุจิณ เ · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - นายเจน เวชศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 916-917/2490ฎีกา 1142/2498ฎีกา 547/2493ฎีกา 1275/2496ฎีกา 1159/2487ฎีกา 433/2491ฎีกา 1873/2497ฎีกา 661/2490ฎีกา 977/2492ฎีกา 930/2490ฎีกา 143/2486ฎีกา 1485/2493ฎีกา 412/2497ฎีกา 1047/2498ฎีกา 1998/2497ฎีกา 479/2498ฎีกา 472/2494ฎีกา 1337/2495ฎีกา 1635/2493ฎีกา 578/2498ฎีกา 782/2499ฎีกา 681/2491ฎีกา 1271/2480ฎีกา 1442/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา