⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1945/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1945/2500

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับผู้เสียหายต่างรักใคร่กับหญิงคนรักคน ๆ เดียวกัน คนรักถูกผู้ปกครองต่อว่าเสียใจวิ่งขึ้นบนห้อง จำเลยตามขึ้นไปผู้เสียตามขึ้นไปภายหลัง ถามจำเลยว่ามึงมาใหญ่โตที่นี่หรือ จำเลยยกมือไหว้ว่ามีอะไรสั่งสอนผม ๆ นับถือพี่พงษ์ (ผู้เสียหาย) แล้วจำเลยกับผู้เสียหายใช้มือผลักกันไปมาคนรักหนีเข้าห้อง จำเลยวิ่งหนีไปอีกห้องติด ๆ กัน ผู้เสียหายตามเข้าไปกอดคนรักและพูดว่า "พี่อยู่ทั้งคนไม่ต้องกลัว" ทันใดจำเลยอยู่หน้าประตูห้องคนรักก็ยิงผู้เสียหาย ดังนี้การกระทำของผู้เสียหายหาใช่เป็นการข่มเหงไม่และไม่ใช่เป็นการชวนวิวาทเพราะ เมื่อจำเลยหนีเข้าไปในห้องอีกห้องหนึ่ง ผู้เสียหายไม่ได้ติดตามเข้าไปหรือพูดอะไรกับจำเลยอีก ผู้เสียหายพูดว่าจำเลยในฐานเป็นผู้ใหญ่กว่า การผลักกันไปมานั้นก็ไม่หมายความว่าผู้เสียหายผลักจำเลยเป็นการชวนทำร้าย อาวุธปืนเป็นของร้ายแรง แผลที่จำเลยยิงก็อยู่ใกล้อวัยวะส่วนสำคัญของร่างกาย จำเลยยิงในระยะใกล้ ๆ 1 วาเศษ อย่างน้อย 2 นัด และยิงเพราะความหึงหวงที่ผู้เสียหายกอดหญิงที่ตนรักใคร่ จึงส่อให้เห็นว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าตาม ม.249 ไม่ใช่ 256.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.55 กฎหมายลักษณะอาญา ม.249 กฎหมายลักษณะอาญา ม.256

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยให้ปืนพกลูกโม่สมิทแอนเวสสัน ยิง ร.ท.สุรพงษ์ ๓ นัด โดย เจตนาจะฆ่าให้ตาย แต่กระสุนไม่ถูกที่สำคัญ ร.ท.สุรพงษ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๔๙.๒๕๖.๖๐ ฯลฯ จำเลยต่อสู้ป้องกันตัว ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยไม่ได้ยิงป้องกันตัว แต่เห็นว่าจำเลยกับ ร.ท.สุรพงษ์ ไม่มีเรื่องโกรธเคืองกันมาก่อน จำเลย ไม่มีเจตนายิงให้ถึงแก่ความตาย เพราะขณะยิงจำเลยอยู่ห่างเพียงวาเศษ ถ้าตั้งใจยิงให้ตายจำเลยอาจยิงถูกที่สำคัญ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๒๕๖ วางโทษจำคุก จำเลย ๔ ปี ฯลฯ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำและผลแห่งการกระทำของจำเลยแสดงถึงเจตนาได้ และฟังว่าจำเลยเจตนาฆ่า พิพากษาโทษตาม มาตรา ๒๔๙,๖๐ จำคุก ๑๐ ปี ฯลฯ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าข้อที่จำเลยอ้างว่ายิงผู้เสียหายเพราะถูกข่มเหง โดยจำเลยได้เสียกับ นางสาวตีระกา แล้ว ผู้เสียหาย ผู้เสียหายได้ประนามจำเลยต่อหน้า น.ส.ตีระกา ว่า จำเลยใหญ่โตที่นี่หรือ ใช้มือผลักจำเลย แต่ได้ความว่าผู้เสียหายได้ตามจำเลยขึ้นไปภายหลัง ถามจำเลยว่ามึงมาใหญ่โตที่นี่หรือ จำเลยยกมือไหว้ว่ามีอะไรสั่งสอนผม ๆ นับถือพี่พงษ์ (ผู้เสียหาย) แล้วจำเลยกับผู้เสียหายใช้มือผลักกันไปมา น.ส.ตีระกา หนีเข้าห้อง จำเลยวิ่งหนีไปอีกห้องหนึ่งติด ๆ กัน ผู้เสียหายเข้าตามไปกอด น.ส.ตีระกา และพูดว่า "พี่อยู่ทั้งคนไม่ต้องกลัว " ทันใดจำเลยอยู่หน้าประตูห้อง น.ส.ตีระกา ก็ยิงผู้เสียหาย การกระทำของผู้เสียหายหาใช่เป็นการข่มเหงไม่ และไม่ใช่เป็นการชวนวิวาท เพราะเมื่อจำเลยหนีเข้าไปในห้องอีกห้องหนึ่ง ผู้เสียหายไม่ได้ติดตามเข้าไปหรือพูดอะไรกับจำเลยอีก ผู้เสียหายพูดว่าจำเลยในฐานเป็นผู้ใหญ่กว่า การผลักกันไปผลักกันมาไม่หมายความว่า ผู้เสียหายผลักจำเลยเป็นการชวนทำร้าย อาวุธปืนเป็นอาวุธร้ายแรง แผลที่จำเลยยิงก็อยู่ใกล้อวัยวะส่วนสำคัญของร่างกาย จำเลยยิงในระยะใกล้ ๆ ๑ วาเศษ อย่างน้อย ๒ นัด และยิงเพราะความหึงหวงที่ผุ้เสียหายกอดหญิงที่รักใคร่ส่ให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า พิพากษายืน . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1945/2500 อัยการ กรมอัยการ โจทก์ พลตำรวจสมัครบุญมี อุดมรุ่งเรือง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ กรมอัยการ · จำเลย - พลตำรวจสมัครบุญมี อุดมรุ่งเรือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลอาญา - นายพยุง วัฒนะสิงห · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถพิศาลโสภณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 528/2485ฎีกา 112/2497ฎีกา 397/2485ฎีกา 177/2497ฎีกา 1350/2498ฎีกา 1818/2499ฎีกา 319/2498ฎีกา 989/2485ฎีกา 3/2495ฎีกา 324/2486ฎีกา 808/2491ฎีกา 462/2485ฎีกา 1676/2498ฎีกา 1791/2497ฎีกา 852/2490ฎีกา 970/2491ฎีกา 916-917/2490ฎีกา 1142/2498ฎีกา 547/2493ฎีกา 1275/2496ฎีกา 1159/2487ฎีกา 433/2491ฎีกา 170/2493ฎีกา 1873/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา