⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2003-2005/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2003-2005/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
พระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งตาม พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ถือเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา เมื่อกระทำผิดต่อหน้าที่จึงต้องรับผิดฐานเจ้าพนักงานกระทำผิด. การลดโทษให้แก่ผู้กระทำความผิดที่กฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ภายหลังการกระทำผิด ให้ใช้บทบัญญัติของกฎหมายเก่าที่ให้ผลเป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดมากกว่า.

ย่อคำพิพากษา

การที่ พ.ร.บ. คณะสงฆ์บัญญัติไว้ว่า พระภิกษุซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามบทแห่ง พ.ร.บ.นี้ ให้ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญานั้น บ่งชัดถึงอำนาจและหน้าที่ กล่าวคือ เมือมีอำนาจในวัดเหมือนกับเจ้าพนักงานแล้ว หากกระทำผิดในหน้าที่ก็จะต้องเป็นผิดฐานเจ้าพนักงานกระทำความผิดด้วย การลดโทษ ที่มีเหตุอันเข้าลักษณะทั้งกฎหมายเก่าและกฎหมายใหม่นั้น เมือได้ทำผิดขณะใช้กฎหมายเก่า ก็ควรอ้างกฎหมายเก่า คือ ก.ม. ลักษณะอาญา มาตรา 59 เป็นเหตุลดโทษ. ( ตามแบบอย่างฎีกา ที่ 1879/2500 )

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.59 กฎหมายลักษณะอาญา ม.131 กฎหมายลักษณะอาญา ม.132 กฎหมายลักษณะอาญา ม.136 กฎหมายลักษณะอาญา ม.137 กฎหมายลักษณะอาญา ม.138 พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ม.57

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นสามสำนวน ว่าขณะเกิดเหตุจำเลยเป็นพระภิกษุได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัด พระพุทธบาท ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริต เบียดบังยักยอกเอาทรัพย์ของวัด ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวและรับสินบน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตาม ก.ม. ลักษณะอาญา มาตรา ๑๓๑, ๑๓๒, ๑๓๖,๑๓๗,๑๓๘ ให้รวม กระทงลงโทษจำเลย ลดแล้วคงจำคุก ๒ ปี ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิด พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทำผิดฐานรับสินบนสถานเดียว พิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๓๘ วรรคต้น ให้รวมกระทงลงโทษจำเลย ลดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๕๙ แล้วคงจำคุก ๑ ปี ส่วนที่จำเลยแก้ฎีกาโต้แย้งว่าตาม พ.ร.บ. คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๕๗ ซึ่งว่า "พระภิกษุซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญา " นั้น เป็นการให้อำนาจไว้เพื่อควบคุมและคุ้ม ครองอย่างเดียวกับเจ้าพนักงานเท่านั้น มิได้มีผลบังคับว่าถ้าทำผิดจะต้องเป็นเรื่องเจ้าพนักงานกระทำผิด้วย โดยตรงดังที่กฎหมายลักษณะอาญาบัญญัติไว้ในเรื่องเจ้าพนักงานกระทำผิด จึงไม่ควรใช้บทกฎหมายอันเกี่ยวด้วยเจ้าพนักงานกระทำความผิดมาลงโทษจำเลยนั้นศาลฎีกาเห็นว่า คำว่า "ให้ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญา " นั้น บ่งชัดถึงอำนาจและหน้าที่พร้อมมูลทั้งสองประการ กล่าวคือ เมื่อมีอำนาจในวัดเหมือนกับเจ้าพนักงานแล้ว หากกระทำผิดในหน้าที่ก็ต้องเป็นผิดฐานเจ้าพนักงานกระทำความผิดด้วย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2003 - 2005/2500 อัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ นายฉิม มามะกะมูละ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสระบุรี · จำเลย - นายฉิม มามะกะมูละ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดสระบุรี - นายพยนต์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารศิลปวุฒิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1248/2496ฎีกา 492/2489ฎีกา 407/2492ฎีกา 353/2472ฎีกา 649-650/2486ฎีกา 896/2485ฎีกา 537/2486ฎีกา 1267/2500ฎีกา 759/2496ฎีกา 620/2490ฎีกา 655/2485ฎีกา 51/2502ฎีกา 837/2496ฎีกา 184/2496ฎีกา 540/2485ฎีกา 504/2495ฎีกา 373/2485ฎีกา 895/2469ฎีกา 1106/2499ฎีกา 683/2484ฎีกา 161/2487ฎีกา 956/2491ฎีกา 353/2485ฎีกา 522/2489
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา