⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 406/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 406/2501

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินย่อมรับโอนไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนเดิม และสัญญาเช่าที่จดทะเบียนไว้ย่อมมีผลผูกพันผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ต่อไป แม้ผู้ขายฝากจะไถ่ทรัพย์สินคืนมาก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน (ห้องแถว) ซึ่งมีผู้เช่าอยู่ย่อมรับโอนไปทั้งสิทธิ์และหน้าที่ของผู้โอนซึ่งเป็นเจ้าของเดิม การที่ผู้ขายฝากได้รับรองสิทธิในการเช่าห้อง ซึ่งมีผู้เช่าทำสัญญาจดทะเบียนการเช่ากับผู้รับซื้อฝากไว้แล้วนั้น เมื่อผู้ขายฝากไถ่คืนมา การเช่ายังคงมีผลต่อไปตามมาตรา 569 ผู้เช่าไม่จำต้องบอกกล่าวเป็นการแสดงเจตนาว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญาเช่าอย่างไรตามมาตรา 374 อีก และกรณีเช่นนี้ไม่เข้าข่ายมาตรา 502 เพราะผู้ขายฝากซึ่งไถ่คืนมานั้นได้ทำสัญญาประนีประนอมกับผู้ซื้อฝากให้การเช่ามีผลต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.502 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.569

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีได้ความว่า เดิมนายซ้ง แซ่ฉั่วเป็นเจ้าของ ห้องแถวซึ่งสร้างบนที่ดินเช่าจากผู้อื่น นายซ้งนำห้องไปขายฝากนายสำรวย กำหนดไถ่ถอนภายใน ๒ ปี ต่อมานายซ้งขอไถ่ นายสำรวยไม่ยอมให้ไถ่ จึงฟ้องขอไถ่ ศาลฎีกาพิพากษาให้ไถ่ได้ ก่อนศาลฎีกาพิพากษานายสำรวนได้ให้จำเลยเช่าห้องพิพาททำสัญญากำหนด ๕ ปี จดทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอ ระหว่างนั้นนายสำรวยได้ฟ้อง นายซ้งเป็นคดีอาญาหาว่ายักยอกฉ้อโกงเงินอยู่อีกคดีหนึ่ง ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุก ๖ เดือน นายซ้งฎีกา ต่อมานายสำรวยกับนายซ้งทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันนอกศาล ซึ่งในสัญญาข้อ ๔ มีความตอนท้ายว่า "ฯลฯ ข้าพเจ้านายซ้ง แซ่ฉั่ว ขอรับรองว่า ข้าพเจ้าจะไม่ฟ้องร้องขับไล่ผู้ที่เช่าอยู่และยอมให้ผู้เช่าอยู่ต่อไปจนครบกำหนดตามสัญญาเช่าเท่านั้น (สัญญามีกำหนด ๕ ปี) นับแต่ ๑ มี.ค. ๒๔๙๖) ค่าเช่าห้องเลขที่ ๑๔๖ เป็นของนายซ้ง แซ่ฉั่ว นับแต่วันที่นายซ้งไถ่ถอน" แล้วนายสำรวยถอนฟ้องคดีอาญาตามสัญญาประนีประนอมและศาลอนุญาต นายซ้งได้ขายห้องพิพาทให้โจทก์ จำเลยอยู่ในห้องพิพาท โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้ออก จำเลยไม่ยอมออก โจทก์จึงฟ้องขอให้ขับไล่และใช้ค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า สัญญาประนีประนอมยอมความที่นายซ้งทำกับนายสำรวยใช้ได้ตามข้อ ๔ แห่งสัญญา นายซ้งรับรองสิทธิในการเช่าห้องพิพาทของจำเลยที่ทำสัญญาเช่ากับนายสำรวย จำเลยไม่จำต้องบอกกล่าวแสดงเจตนาอย่างใดอีก นายซ้งย่อมผูกพันตาม ป.พ.พ. มาตรา ๕๖๙ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ไม่มีปัญหาในเรื่องที่ดิน แต่เป็นการโต้เถียงกันระหว่างผู้รับโอนห้องคือโจทก์กับจำเลยผู้เช่า โดยนายซ้งผู้โอนได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมให้จำเลยเช่ามีกำหนด ๕ ปี แล้วโอนขายแก่โจทก์ โจทก์ผู้รับโอนย่อมถูกผูกพันตามสัญญาที่นายซ้งทำไว้ แต่ปรากฎว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้ก่อนถึงกำหนดคือ ฟ้องเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘ (วันที่ ๒๑) ซึ่งจำเลยยังมีสิทธิอยู่ (สัญญาที่นายสำรวยทำกับนายซ้งนับแต่ ๑ มี.ค. ๒๔๙๖) และกรณีไม่เข้า ป.พ.พ. มาตรา ๕๐๒ เพราะนายซ้งผู้โอนยินยอมให้จำเลยเช่าได้ตามสัญญาประนีประนอม ส่วนข้ออ้างที่ว่านายซ้งทำสัญญาเพราะถูกขู่เข็ญทางพิจารณาไม่ได้ความเช่นนั้น พิพากษายืน แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะดำเนินการขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 406/2501 พล.อ.จ. สวัสดิ์ พรชำนิ โดยนางนรา พานิชพัฒน์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายจินกัง แซ่ซี ที่ 1, นางตั้งสี แซ่อือ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พล.อ.จ. สวัสดิ์ พรชำนิ โดยนางนรา พานิชพัฒน์ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายจินกัง แซ่ซี ที่ 1, นางตั้งสี แซ่อือ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิต · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ดุลยกรณ์พิทารณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายวิเชียร เศวตรุณย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายโพยม เลขยานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 534/2509ฎีกา 734/2516ฎีกา 1678/2512ฎีกา 7609/2555ฎีกา 2505/2524ฎีกา 988/2533ฎีกา 698/2540ฎีกา 1111/2494ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 1439/2524ฎีกา 9487/2558ฎีกา 1437/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 2725/2532ฎีกา 3496/2535ฎีกา 442/2496ฎีกา 1627/2505ฎีกา 2750/2519ฎีกา 1084/2539ฎีกา 3193/2534ฎีกา 247/2529ฎีกา 514/2499ฎีกา 46-48/2522ฎีกา 2132/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา