⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1307/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1307/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลอาจอนุญาตให้ฟ้องคดีในศาลที่มูลคดีเกิดขึ้น หรือที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีภูมิลำเนา เพื่อความสะดวกในการดำเนินกระบวนพิจารณาได้ หากจำเลยไม่สะดวกในการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลที่ได้รับอนุญาตให้ฟ้อง ก็สามารถยื่นคำร้องขอโอนคดีไปยังศาลที่มีภูมิลำเนาของตนได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ซึ่งเป็นสามีจำเลยมีภูมิสำเนาอยู่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ฟ้องขอหย่าขาดกับจำเลยต่อศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยโจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดพระนครในเขตศาลแพ่ง แต่มูลคดีอันเป็นเหตุขอหย่าตามที่โจทก์ฟ้อง เกิดขึ้นในจังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้งตัวโจทก์และพยานโจทก์มีภูมิลำเนาในจังหวัดอุตรดิตถ์ ถ้าดำเนินการพิจารณาในศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ จะเป็นการสดวกจึงขออนุญาตยื่นคำฟ้องต่อศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ เช่นนี้ บทกฎหมายอันว่าด้วยการฟ้องคดีแพ่งนั้น บัญญัติขึ้นเพื่อจะให้ความสดวกแก่การฟ้องร้องคดีการต่อสู้คดีและการพิจารณาคดีประกอบกัน ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4(2) จะเห็นได้ว่า กฎหมายให้พิจารณาถึงความสดวกเป็นสำคัญ จะว่าหากให้ฟ้องยังศาลจังหวัดอุตรดิตถ์จำเลย จะต้องลำบากในการไปจากจังหวัดพระนคร แต่การให้ไปฟ้องยังศาลในจังหวัดพระนคร โจทก์ก็ต้องลำบากเช่นเดียวกันตามเหตุที่อ้างในคำร้องของโจทก์นั้น ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ก็เป็นศาลที่มีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4(2) และการให้ฟ้องยังศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ก็เป็นการสดวกแก่พยาน หากศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ยังไม่เป็นที่พอใจตามคำร้องของโจทก์หรือสงสัยประการใด ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์จะสอบถามหรือไต่สวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 ก่อนก็ได้ กรณีเช่นนี้ กล่าวทางแง่ของจำเลย หากศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ อนุญาตให้โจทก์ฟ้องที่ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ได้ ถ้าไม่มีเหตุสมควรที่จะทำการพิจารณาในศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ่จำเลยก็ยังมีทางแก้ไข โดยยื่นคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 6 ขอโอนคดีไปยังศาลในจังหวัดพระนครได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.6 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.50 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1500

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ยื่นฟ้องที่ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ขอหย่าขาดกับจำเลยและโจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดพระนครในเขตศาลแพ่ง แต่มูลคดีอันเป็นเหตุขอหย่าตามที่โจทก์ฟ้องเกิดขึ้นในจังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้งตัวโจทก์และพยานโจทก์มีภูมิลำเนาในจังหวัดอุตรดิตถ์ ถ้าดำเนินการพิจารณาในศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ จะเป็นการสดวก จึงขออนุญาตยื่นคำฟ้อง ต่อศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์สั่งว่าได้พิเคราะห์คำร้องและคำฟ้อง แล้วเห็นว่า ไม่มีเหตุผลที่จะอนุญาตให้โจทก์ยื่นฟ้องที่ศาลนี้ได้ จึงไม่อนุญาตให้โจทก์ไปยื่นฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจต่อไป โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า หญิงมีสามีนั้น เมื่อสามีมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร ก็ต้องถือภูมิลำเนาของสามีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๕๐ บัญญัติไว้ เว้นแต่จะต้องด้วยข้อยกเว้นในวรรค ๒ อย่างไรก็ดี โจทก์อ้างมาในคำร้องว่าว่า จำเลยซึ่งเป็นภรรยามีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดพระนคร จึงต้องถือตามโจทก์ว่า ศาลฎีกาเห็นต่อไปว่า บทกฎหมาย อันว่า ด้วยการฟ้องคดีแพ่งนั้น บัญญัติขึ้นเพื่อจะให้ความสดวกแก่การฟ้องร้องคดีการต่อสู้คดีและการพิจารณาคดีประกอบกัน ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔(๒) จะเห็นได้ว่า กฎหมายให้พิจารณาถึงความสะดวกเป็นสำคัญที่โจทก์ร้องมานั้น ก็ไม่ใช้ปราศจากเหตุผล คือมูลคดีเกิดในจังหวัดอุตรดิตถ์พยานโจทก์ก็มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดเดียวกัน จะว่าหากให้ฟ้องยังศาลจังหวัดอุตรดิตถ์จำเลย จะต้องลำบากในการไปจากจังหวัดพระนคร แต่การไปฟ้องยังศาลในจังหวัดพระนคร โจทก์ก็ต้องลำบากเช่นเดียวกัน เมื่อมูลคดีเกิดในจังหวัดอุตรดิตถ์ ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ก็เป็นศาลที่มีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔(๒) และเมื่อพยานโจทก์อยู่ในจังหวัดอุตรดิตถ์ การให้ฟ้องยังศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ก็เป็นการสดวกแก่พยาน หากศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ยังไม่พอใจหรือสงสัยประการใด ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์จะสอบถามหรือไต่สวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๑ ก่อนก็ได้ อนึ่ง กล่าวทางแง่ของจำเลย หากศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ อนุญาตให้โจทก์ฟ้องที่ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ได้ ถ้าไม่มีเหตุสมควรที่จะทำการพิจารณาในศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ จำเลยก็ยังมีทางแก้ไข โดยยื่นคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๖ ขอโอนคดีไปยังศาลในจังหวัดพระนครได้ ศาลฎีกาพิพากษาให้ยกคำสั่งและคำพิพากษาของศาลทั้งสองดังกล่าวให้ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์รับฟ้องของโจทก์ได้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1307/2503 นายเลื่อน นิติรัช โจทก์ นายประดับ นิติรัช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเลื่อน นิติรัช · จำเลย - นายประดับ นิติรัช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · ประมูล สุวรรณศร · สนิท สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ - นายโกศล รัตติธรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายสอาด นาวีเจริญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 523/2517ฎีกา 3240/2533ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 1511/2520ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 2841/2547ฎีกา 8108/2542ฎีกา 2520/2544ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 1660/2518ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2898/2538ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา