⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 203/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 203/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ศาลแขวงมีอำนาจเพียงไต่สวนมูลฟ้องว่าคดีมีมูลฐานใดฐานหนึ่งหรือไม่เท่านั้น และต้องรับพิจารณาคดีนั้นต่อไปโดยไม่จำกัดว่าจำเลยจะรับสารภาพฐานใด.

ย่อคำพิพากษา

พนักงานสอบสวนฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ชั้นไต่สวนมูลฟ้องจำเลยรับสารภาพฐานรับของโจร ศาลแขวงสั่งว่าคดีมีมูลฐานรับของโจร และรับประทับฟ้อง โจทก์เห็นว่า ความผิดฐานลักทรัพย์และรับของโจรเป็นข้อเท็จจริงอันเดียวกัน เกี่ยวพันกันและต่อเนื่องกัน จึงฟ้องจำเลยฐานลักทรัพย์ต่อศาลอาญา ย่อมทำได้ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 16 ในกรณีที่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรฐานใดฐานหนึ่งนั้น เมื่อศาลแขวงไต่สวนมูลฟ้องแล้วควรสั่งว่าคดีมีมูลหรือไม่มีมูลเท่านั้น ควรให้ศาลซึ่งจะพิจารณาพิพากษาคดีนั้นเป็นผู้ชี้ขาดต่อไป (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 19/2502)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.16

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๓๓๕ ศาลแขวงไต่สวนมูลฟ้องและสั่งว่า คดีมีมูลฐานรับของโจรและประทับฟ้อง โจทก์เห็นว่า ความผิดฐานลักทรัพย์และรับของโจรเป็นข้อเท็จจริงอันเดียวกัน เกี่ยวพันกัน จึงฟ้องจำเลยฐานลักทรัพย์ ศาลอาญาสอบโจทก์ ๆ แถลงว่า ชั้นสอบสวน พนักงานสอบสวนฟ้องหาว่า จำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร จำเลยรับสารภาพฐานรับของโจร ศาลแขวงจึงสั่งมีมูลและประทับฟ้องฐานรับของโจร ส่วนฐานลักทรัพย์มิได้สั่งอย่างไร ศาลอาญามีคำสั่งว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องไม่รับฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า โจทก์อาศัย มาตรา ๑๖ แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ ฟ้องจำเลยในข้อหาฐานลักทรัพย์ได้เพราะเป็นข้อเท็จจริงอันเกี่ยวพันหรือต่อเนื่องกับข้อเท็จจริงอันเกี่ยวพันหรือต่อเนื่องกับข้อเท็จจริงที่ศาลแขวงสั่งมีมูลฐานรับของโจร ในกรณีที่โจทก์ฟ้องจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรฐานใดฐานหนึ่งนั้น ชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ศาลควรสั่งว่า คดีมีมูลหรือไม่มีมูลเท่านั้น ไม่ควรสั่งว่ามีมูลฐานใดฐานหนึ่ง เพราะเป็นคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟ้องเท่านั้น ไม่จำต้องชี้ขาดว่ามีมูลในความผิดใด ควรให้ศาลซึ่งจะพิจารณาพิพากษาคดีนั้นเป็นผู้ชี้ขาดต่อไป พิพากษากลับ ให้ศาลอาญาประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 203/2503 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ พลตำรวจประยงค์ หอมสมบัติ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - พลตำรวจประยงค์ หอมสมบัติ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิบูลย์ไอศวรรย์ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · สุทธิวาทนฤพุฒิ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายบุญชัย ศิริฤทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 1851/2557ฎีกา 98/2537ฎีกา 1331/2479ฎีกา 268/2468ฎีกา 824/2535ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1908/2528ฎีกา 1567/2535ฎีกา 2597/2516ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 113/2566ฎีกา 7993/2547ฎีกา 1368/2509ฎีกา 444/2537ฎีกา 3245/2545ฎีกา 1957/2515ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 3388/2526ฎีกา 337/2535ฎีกา 16889/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา