คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1989/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวถ้อยคำที่มีความหมายดูหมิ่นผู้อื่นอยู่ในตัวแล้ว ถือเป็นความผิดฐานดูหมิ่นประมาทโดยไม่ต้องมีการนำสืบอธิบายเพิ่มเติม
ย่อคำพิพากษา
คำกล่าวดูหมิ่นว่า "กูไม่เอามึงให้เสียน้ำ อีหน้าหัวควยพรรค์นี้" เป็นถ้อยคำที่มีความหมายดูหมิ่นผู้อื่นอยู่ในตัวแล้ว เพราะเป็นถ้อยคำที่สามัญชนเข้าใจได้ชัดอยู่ในตัวเอง ไม่ใช่ถ้อยคำพิเศษ ส่วนถ้อยคำพิเศษนั้น เป็นถ้อยคำที่สามัญชนฟังแล้วไม่เข้าใจ หรือฟังแล้วแปลเป็น 2 แง่ได้ โจทก์ไม่ต้องนำสืบอธิบาย
ฟ้องว่า จำเลยดูหมิ่นผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงว่า "กูไม่เอามึงให้เสียน้ำ อีหน้าหัวควยพรรค์นี้ฯลฯ" แต่ชั้นพิจารณา ผู้เสียหายให้การว่าจำเลยดูหมิ่นผู้เสียหายว่า "กูไม่เอากับมึงให้เสียน้ำ ไอ้หน้าควยพรรค์นี้ อีเฮงซวย" เป็นการแตกต่างกันแต่เพียงพอความ ไม่ใช่แตกต่างกันในข้อสารสำคัญ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยดูหมิ่นนางสาวสุธิรา ตามสกุล ซึ่งหน้าว่า "กูไม่เอามึงให้เสียน้ำ อีหน้าหัวควยพรรค์นี้ ฯลฯ" ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๙๓
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ปรับ ๒๐๐ บาท
จำเลยอุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา ในฎีกาข้อ ๒ ว่าคำว่า "กูไม่เอามึงให้เสียน้ำ อีหน้าหัวควยพรรค์นี้" เป็นคำพิเศษ โจทก์จะต้องนำสืบว่าคำดังกล่าวมีความหมายอย่างไร เมื่อโจทก์ไม่นำสืบอธิบาย ศาลก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ กับฎีกาในฎีกาข้อ ๓ ว่า ข้อเท็จจริงทางพิจารณาแตกต่างกับฟ้อง คือ ผู้เสียหายกลับให้การชั้นพิจารณาว่า จำเลยด่าผู้เสียหายว่า "กูไม่เอากับมึงให้เสียน้ำ ไอ้หน้าควยพรรค์นี้ อีเฮงซวย " ย่อมลงโทษจำเลยไม่ได้
ศาลฎีกาเห็นว่า ในฎีกาข้อ ๒ คำกล่าวของจำเลยเป็นถ้อยคำที่มีความหมายเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นอยู่ในตัวแล้ว สามัญชนพอเข้าใจได้ โจทก์ไม่ต้องสืบอธิบายถ้อยคำดังกล่าวอีก คำพิเศษนั้น จะต้องเป็นถ้อยคำที่สามัญชนฟังแล้วไม่เข้าใจ หรือฟังแล้วแปลเป็น ๒ แง่ได้ แต่ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวในคดีนี้ไม่ใช่ถ้อยคำเช่นนั้น คำด่าของจำเลยต่อผู้หญิงด้วยถ้อยคำเช่นนี้ ศาลและสามัญชนก็เข้าใจได้ชัดอยู่ในตัวเอง ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
ส่วนฎีกาข้อ ๓ ปรากฎว่า ชั้นพิจารณา ผู้เสียหายเบิกความเพิ่งถ้อยคำไป ๓ ตัว คือ "อีเฮงซวย" ศาลฎีกาเห็นว่าไม่ใช่สารสำคัญ เป็นเพียงพอความ กับคำในฟ้องว่า "อี" แต่ชั้นพิจารณาว่า "ไอ้" เพียงเท่านี้ก็เป็นพอความไม่ใช่สารสำคัญถึงกับจะทำให้คดีโจทก์ต้องเสียไปเช่นกัน ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลยเสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1989/2506
ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้ โจทก์
นายประสงค์ วงศ์สุริยา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้ · จำเลย - นายประสงค์ วงศ์สุริยา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สิทธิ เกตุทัต · เชื้อ คงคากุล · เสนอ บุณยเกียรติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครใต้ - นายสมคิด ณ นคร · ศาลอุทธรณ์ - นายพยุง วัฒนะสิงหะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา