⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1083/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1083/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การได้รับพระราชทานอภัยโทษไม่ทำให้คำพิพากษาเดิมของศาลถูกลบล้างไป และการที่ศาลทหารยกคำขอให้กักกันจำเลยเพราะไม่อยู่ในอำนาจของศาลทหารนั้น ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องขอให้กักกันจำเลยต่อศาลที่มีอำนาจ

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะได้รับพระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษให้ลดโทษลงเพียงใด ถึงขั้นปล่อยตัวไปก็ตาม คำพิพากษาของศาลที่กำหนดโทษไว้เดิมนั้นก็หาได้ถูกลบล้างไปไม่ การที่ศาลทหารกล่าวไว้ในคำพิพากษาให้ยกคำขอที่ขอให้กักกันจำเลยเพราะไม่อยู่ในอำนาจของศาลทหารนั้น หาตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องขอให้กักกันจำเลยต่อศาลทีมีอำนาจไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.34 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.40 ประมวลกฎหมายอาญา ม.41 ประมวลกฎหมายอาญา ม.43

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพฟังได้ว่าจำเลยเคยถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า ๖ เดือนมาแล้วไม่น้อยกว่าสองครั้งในความผิดฐานลักทรัพย์ และ(ครั้งที่ ๒) ความผิดฐานรับของโจร พ้นโทษแล้วภายใน ๑๐ ปีกลับมาทำผิดฐานวิ่งราวทรัพย์อีก และถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน จำเลยให้การว่า จำเลยรับโทษฐานรับของโจรจริง ๆ เพียง ๔ เดือนกับ ๓วันเท่านั้น เพราะได้รับพระราชทานอภัยโทษ มีปัญหาว่าศาลจะกักกันได้หรือไม่ ศาลอาญาพิพากษาให้กักกัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ข้อฎีกาของจำเลยที่ว่าโทษครั้งที่ ๒ (ฐานรับของโจร) ที่พิพากษาให้จำคุก ๘ เดือนนั้น จำเลยได้รับพระราชทานอภัยโทษ ถูกจำคุกจริง ๆ เพียง ๔ เดือนกับ ๓ วันจึงไม่เข้ามาตรา ๔๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษนั้น เป็นการใช้อำนาจในทางบริหาร ซึ่งตราขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกา ฉะนั้น แม้จำเลยจะได้รับพระราชทานอภัยโทษให้ลดโทษลงเพียงใดถึงขึ้นปล่อยตัวไปก็ตามคำพิพากษาของศาลที่กำหนดโทษไว้เดิมนั้น ก็หาได้ถูกลบล้างไปไม่ คงยังฟังได้ตามกฎหมายว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาจำคุก ๘ เดือน ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าศาลทหารกรุงเทพ (ศาลอาญา) ให้ยกคำขอให้ลงโทษกักกันแก่จำเลย เช่นนี้ ต้องฟังเป็นยุติ โจทก์จะมาฟ้องศาลอาญาอีกหาได้ไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าการที่ศาลทหารกรุงเทพ(ศาลอาญา) กล่าวไว้ในคำพิพากษาว่า คำขอของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษกักกันจำเลยนั้นไม่อยู่ในอำนาจของศาลนี้ จึงให้ยกคำขอเสียนั้น หาตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องขอให้ลงโทษกักกันจำเลยโดยเฉพาะต่อศาลอาญาไม่ เพราะศาลทหารกรุงเทพ(ศาลอาญา) ยังมิได้วินิจฉัยในประเด็นเรื่องกักกันจำเลยแต่อย่างใด เป็นแต่เห็นว่าคำขอของโจทก์ไม่อยู่ในอำนาจของศาลทหารกรุงเทพ(ศาลอาญา) จึงยกคำขอของโจทก์เท่านั้น โจทก์จึงฟ้องต่อศาลอาญาซึ่งเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1083/2507 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นานสินหรือสุรินทร์ สมพรหรือพงษ์มิตรหรือศรีแก้ว ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นานสินหรือสุรินทร์ สมพรหรือพงษ์มิตรหรือศรีแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เชื้อ คงคากุล · ยง เหลืองรังษี · เสนอ บุณยเกียรติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายกำจร ปัทมานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสม เภกะสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2479ฎีกา 475/2481ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 29/2485ฎีกา 1079/2497ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1499/2531ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 178/2494ฎีกา 8404/2540ฎีกา 2927/2540ฎีกา 214/2494ฎีกา 169/2490ฎีกา 1010/2491ฎีกา 2083/2539ฎีกา 7283-7285/2540ฎีกา 1604-1605/2512ฎีกา 511/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา