⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 444/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่โจทก์จำเลยร่วมกันทำมาหาได้ในระหว่างที่อยู่กินกันฉันสามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ถือเป็นทรัพย์สินของโจทก์จำเลยร่วมกัน แม้จะลงชื่อจำเลยเพียงผู้เดียวในเอกสารสิทธิ์ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยอยู่กินกันฉันสามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสได้ 2 ปี จึงซื้อที่ดิน 1 แปลง ลงชื่อจำเลยในโฉนดแต่ผู้เดียวเมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลยส่วนตัวแต่เป็นทรัพย์ที่โจทก์จำเลยทำมาหาได้ในระหว่างที่อยู่กินด้วยกันก็ต้องถือว่าเป็นของโจทก์จำเลยร่วมกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1012

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. 2486 โจทก์จำเลยได้เสียกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสได้ร่วมอยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา และช่วยกันทำมาหาเลี้ยงชีพตลอดมาจน พ.ศ. 2502 จึงเลิกกันในระหว่างที่อยู่กินด้วยกันนั้น โจทก์จำเลยได้ร่วมกันทำมาหาได้ซึ่งที่ดินโฉนดที่ 51 ราคา 20,000 บาท โดยซื้อเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2488 ใส่ชื่อจำเลยในโฉนดแต่ผู้เดียว ขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนี้ครึ่งหนึ่งหรือให้จำเลยจ่ายเงินค่าที่ดินให้โจทก์เป็นเงิน 10,000 บาท จำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย ๆ ใช้ทรัพย์ส่วนตัวที่มีอยู่ก่อนได้กับโจทก์ซื้อและตัดฟ้องว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ และฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยซื้อที่พิพาทด้วยทุนทรัพย์ของจำเลยเอง โจทก์ไม่มีสิทธิขอแบ่ง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์จำเลยได้ที่พิพาทในระหว่างทำมาหากินร่วมกัน โจทก์จึงมีสิทธิขอส่วนแบ่งได้ พิพากษากลับ ให้เติมชื่อโจทก์ลงในโฉนด จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์จำเลยอยู่กินกันฉันสามีภริยาตั้งแต่พ.ศ. 2486 ถึง 2502 จึงเลิกกัน เพราะโจทก์มีภริยาใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2488 จำเลยได้ลงชื่อในโฉนดเป็นผู้ซื้อที่ดิน 1 แปลงการที่โจทก์จำเลยอยู่กินกันฉันสามีภริยานานถึง 13 ปี และที่ดินพิพาทได้มาภายหลังการอยู่กินด้วยกันแล้ว 2 ปี ในการซื้อขายนั้นแม้จะใส่ชื่อจำเลยแต่ก็ใช้นามสกุลโจทก์ ตามพฤติการณ์แสดงว่าเป็นการได้มาซึ่งทรัพย์ร่วมกัน เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลยส่วนตัว แต่เป็นทรัพย์ที่โจทก์จำเลยทำมาหาได้ในระหว่างที่อยู่กินด้วยกันมา ก็ต้องถือว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์จำเลยร่วมกัน พิพากษายืน ยกฎีกาของจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2507 นายสนอง เอี่ยมศรีปลั่ง โจทก์ นางลูกอิน ทับแก่น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสนอง เอี่ยมศรีปลั่ง · จำเลย - นางลูกอิน ทับแก่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสนอ บุณยเกียรติ · เชื้อ คงคากุล · ห้วน ประชาบาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1462/2565ฎีกา 5523/2536ฎีกา 3740-3741/2542ฎีกา 314/2510ฎีกา 12518/2553ฎีกา 669/2491ฎีกา 533/2511ฎีกา 5050/2541ฎีกา 8753/2556ฎีกา 629/2486ฎีกา 916/2509ฎีกา 1767/2529ฎีกา 2570/2520ฎีกา 14429/2555ฎีกา 1460/2493ฎีกา 427/2495ฎีกา 5252/2533ฎีกา 428/2522ฎีกา 1416/2554ฎีกา 1311-1312/2517ฎีกา 5243/2537ฎีกา 2190/2532ฎีกา 2270/2534ฎีกา 7148/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา