คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 984/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่จอดรถสาธารณะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(9) หมายถึงที่ซึ่งสาธารณชนมีสิทธิจะนำรถของตนไปจอดได้.
ย่อคำพิพากษา
ที่จอดรถสาธารณะตามมาตรา 335(9) แห่งประมวลกฎหมายอาญานั้น เป็นที่จอดรถซึ่งสาธารณชนมีสิทธิจะนำรถของตนไปจอดได้ ดังนั้น ที่ซึ่งมีป้ายให้รถประจำทางหยุดรับส่งคนโดยสารเป็นระยะ ๆ ไป จึงไม่ใช่ที่จอดรถสาธารณะตามความมุ่งหมายของกฎหมาย.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๐๖ เวลากลางวัน จำเลยได้บังอาจลักสายสร้อยทองคำ ๑ สายพร้อมด้วยจี้ ๑ อันรวมราคา ๒๕๐ บาทของนางสังเวียน ชุ่มมนัส ซึ่งสวมอยู่ที่คอเด็กชายประพันธ์ ชุ่มมนัส ในบริเวณที่ป้ายจอดรถประจำทาง อันเป็นที่จอดรถสาธารณะ กับขอให้เพิ่มโทษจำเลยและกักกันด้วย
จำเลยให้การปฏิเสธไม่ได้กระทำผิด ส่วนข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษ รับว่าเป็นความจริง
ศาลอาญาพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา ๓๓๕(๙) ให้จำคุก ๓ ปีเพิ่มโทษตามมาตรา ๙๓ กึ่งหนึ่ง รวมเป็น ๔ ปี ๖ เดือน เมื่อพ้นโทษแล้วให้กักกันตามมาตรา ๔๑ อีก ๓ ปี
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลชั้นต้นสั่งรับเป็นฎีกาข้อกฎหมายเฉพาะที่ว่า ศาลจะหยิบยกคำให้การชั้นสอบสวนมาประกอบการพิจารณาพิพากษาไม่ได้ นอกนั้นไม่รับ
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลล่างหยิบยกเอาคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนมาพิจารณาด้วยนั้น ก็เพราะโจทก์ได้ระบุอ้างเอกสารในชั้นสอบสวนเป็นพยานโจทก์ไว้ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๖ ศาลย่อมหยิบยกขึ้นวินิจฉัยประกอบกรณีได้ หาเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายแต่อย่างใดไม่
โดยที่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ขณะเกิดเหตุ เจ้าทรัพย์ไปคอยขึ้นรถประจำทางที่ป้ายจอดรถริมถนน แล้วถูกจำเลยกระชากสร้อยคอที่เด็กชายประพันธ์สวมอยู่ แล้วขึ้นรถประจำทางไป ดังนี้ จำเลยจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕(๙) หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จอดรถสาธารณะตามมาตรานี้น่าจะเป็นที่จอดรถซึ่งสาขารณชนมีสิทธิจะนำรถของตนไปจอดได้ แต่เกิดเหตุคดีนี้เป็นเพียงที่กำหนดโดยมีป้ายแสดงให้รู้ว่าเป็นที่รถประจำทางหยุดรับส่งคนโดยสารขึ้นลงในเวลาสั้นอันมีอยู่รายทางเป็นระยะไป หรือนัยหนึ่งคือ ที่รถหยุดเพื่อให้คนโดยสารขึ้นลงรถประจำทางเท่านั้นเองหาใช่ที่จอดรถสาธารณะตามความมุ่งหมายของกฎหมายไม่ ดังนั้น ที่ศาลล่างชี้ขาดลงโทษจำเลยตามมาตรา ๓๓๕(๙) ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย แม้ความข้อนี้จำเลยจะไม่ได้ฎีกาคัดค้านขึ้นมาก็ตาม ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้
อาศัยเหตุดังกล่าวมา จังพร้อมกันพิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ ให้จำคุกจำเลยไว้ ๒ ปี เพิ่มโทษตามมาตรา ๙๓ อีกกึ่งหนึ่ง รวมเป็นโทษจำคุก ๓ ปี นอกจากที่แก้นี้แล้ว ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 984/2508
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายสมพงษ์ เอ็งเจริญ หรือนายเปงหลี แซ่เอ็ง หรือแซ่ลิ้ม หรือแซ่อั้ง หรือ
นายเป็งเมียง แซ่เอ็ง หรือ ตี๋ แซ่เอ็ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · หรือ - นายสมพงษ์ เอ็งเจริญ หรือนายเปงหลี แซ่เอ็ง หรือแซ่ลิ้ม หรือแซ่อั้ง · จำเลย - นายเป็งเมียง แซ่เอ็ง หรือ ตี๋ แซ่เอ็ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสนอ บุณยเกียรติ · เชื้อ คงคากุล · ยง เหลืองรังษี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายโกศล รัตติธรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ เจริญกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา