คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เอกสารที่แนบท้ายคำแถลงการณ์ในชั้นอุทธรณ์ หากมิได้อ้างและยื่นต่อศาลโดยชอบ ศาลฎีกาย่อมไม่รับวินิจฉัย
2. หนังสือรับรองการชำระหนี้ที่ลูกหนี้ทำขึ้นฝ่ายเดียวให้แก่เจ้าหนี้ เป็นเพียงการรับสภาพหนี้ ไม่ใช่การตกลงให้ผู้ค้ำประกันพ้นจากความรับผิด
ย่อคำพิพากษา
เอกสารของคู่ความที่แนบท้ายคำแถลงการณ์ซึ่งยื่นในชั้นอุทธรณ์ มิใช่พยานหลักฐานที่ได้อ้างและยื่นต่อศาลโดยถูกต้องตามกระบวนพิจารณา ศาลฎีกาย่อมไม่รับวินิจฉัย
ลูกหนี้ทำหนังสือรับรองต่อเจ้าหนี้ว่าจะชำระหนี้ให้ภายในกำหนด 1 เดือนดังนี้ เป็นหนังสือที่ลูกหนี้ทำขึ้นฝ่ายเดียวให้แก่เจ้าหนี้เพื่อเป็นหลักฐานการรับสภาพหนี้ของลูกหนี้ ไม่ใช่ลูกหนี้และเจ้าหน้ตกลงกันใหม่ที่จะให้ผู้ค้ำประกันพ้นจากฐานะผู้ค้ำประกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์เป็นเงิน ๖,๕๐๐ บาท โดยจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน ครบกำหนดไม่ชำระ ขอให้จำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ
จำเลยให้การว่า จำเลยที่ ๑ ซื้อเชื่อเครื่องชั่งจากโจทก์ โจทก์เอาสัญญากู้ฉบับที่ฟ้องให้จำเลยที่ ๑ ลงชื่อไม่ได้กรอกข้อความและให้จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน ตกลงว่าถ้าไม่ได้ชำระให้โจทก์กรอกเงินตามราคาเครื่องชั่งในสัญญานั้นจำเลยชำระเงินแล้วคงขาด ๑๐๐ บาท โจทก์โกรธได้พิมพ์ข้อความในสัญญากู้เป็น ๖,๕๐๐ บาท
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้เงินต้น ๖,๕๐๐ บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันกู้จนกว่าชำระเสร็จ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์โดยจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันจริง
ที่จำเลยขอให้ศาลฎีการับเอกสารซึ่งแนบท้ายคำแถลงการณ์ที่ยื่นต่อศาลอุทธรณ์เข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกานั้น เอกสารดังกล่าวมิใช่พยานหลักฐานที่จำเลยได้อ้างและยื่นต่อศาลโดยถูกต้องตามกระบวนพิจารณา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
หนังสือที่จำเลยที่ ๑ ได้ทำรับรองว่าจะชำระเงินให้โจทก์ภายในกำหนด ๑ เดือนนั้น เป็นเอกสารที่จำเลยที่ ๑ ทำขึ้นฝ่ายเดียวให้แก่โจทก์เป็นหลักฐานการรับสภาพหนี้เงินที่จำเลยที่ ๑ กู้ไปจากโจทก์ ไม่มีข้อความว่าโจทก์จำเลยตกลงกันใหม่ให้จำเลยที่ ๒ พ้นจากการผูกพันในฐานะผู้ค้ำประกันเงินกู้จำเลยที่ ๒ จึงยังผูกพันตามสัญญาค้ำประกัน
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2510
นายธนาการ แซ่เตีย โจทก์
นายบุญธรรม อารีรมย์ ที่ 1 นายประสพ กองกาญจน์ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายธนาการ แซ่เตีย · จำเลย - นายบุญธรรม อารีรมย์ ที่ 1 นายประสพ กองกาญจน์ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จินตา บุณยอาคม · สวิง ลัดพลี · สว่าง ภูวะปัจฉิม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายไพจิตร ปุญญพันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิริยะ เกิดศิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา