⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1133/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เอกสารที่แนบท้ายคำแถลงการณ์ในชั้นอุทธรณ์ หากมิได้อ้างและยื่นต่อศาลโดยชอบ ศาลฎีกาย่อมไม่รับวินิจฉัย 2. หนังสือรับรองการชำระหนี้ที่ลูกหนี้ทำขึ้นฝ่ายเดียวให้แก่เจ้าหนี้ เป็นเพียงการรับสภาพหนี้ ไม่ใช่การตกลงให้ผู้ค้ำประกันพ้นจากความรับผิด

ย่อคำพิพากษา

เอกสารของคู่ความที่แนบท้ายคำแถลงการณ์ซึ่งยื่นในชั้นอุทธรณ์ มิใช่พยานหลักฐานที่ได้อ้างและยื่นต่อศาลโดยถูกต้องตามกระบวนพิจารณา ศาลฎีกาย่อมไม่รับวินิจฉัย ลูกหนี้ทำหนังสือรับรองต่อเจ้าหนี้ว่าจะชำระหนี้ให้ภายในกำหนด 1 เดือนดังนี้ เป็นหนังสือที่ลูกหนี้ทำขึ้นฝ่ายเดียวให้แก่เจ้าหนี้เพื่อเป็นหลักฐานการรับสภาพหนี้ของลูกหนี้ ไม่ใช่ลูกหนี้และเจ้าหน้ตกลงกันใหม่ที่จะให้ผู้ค้ำประกันพ้นจากฐานะผู้ค้ำประกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.698 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.700

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์เป็นเงิน ๖,๕๐๐ บาท โดยจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน ครบกำหนดไม่ชำระ ขอให้จำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า จำเลยที่ ๑ ซื้อเชื่อเครื่องชั่งจากโจทก์ โจทก์เอาสัญญากู้ฉบับที่ฟ้องให้จำเลยที่ ๑ ลงชื่อไม่ได้กรอกข้อความและให้จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน ตกลงว่าถ้าไม่ได้ชำระให้โจทก์กรอกเงินตามราคาเครื่องชั่งในสัญญานั้นจำเลยชำระเงินแล้วคงขาด ๑๐๐ บาท โจทก์โกรธได้พิมพ์ข้อความในสัญญากู้เป็น ๖,๕๐๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้เงินต้น ๖,๕๐๐ บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันกู้จนกว่าชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์โดยจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันจริง ที่จำเลยขอให้ศาลฎีการับเอกสารซึ่งแนบท้ายคำแถลงการณ์ที่ยื่นต่อศาลอุทธรณ์เข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกานั้น เอกสารดังกล่าวมิใช่พยานหลักฐานที่จำเลยได้อ้างและยื่นต่อศาลโดยถูกต้องตามกระบวนพิจารณา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย หนังสือที่จำเลยที่ ๑ ได้ทำรับรองว่าจะชำระเงินให้โจทก์ภายในกำหนด ๑ เดือนนั้น เป็นเอกสารที่จำเลยที่ ๑ ทำขึ้นฝ่ายเดียวให้แก่โจทก์เป็นหลักฐานการรับสภาพหนี้เงินที่จำเลยที่ ๑ กู้ไปจากโจทก์ ไม่มีข้อความว่าโจทก์จำเลยตกลงกันใหม่ให้จำเลยที่ ๒ พ้นจากการผูกพันในฐานะผู้ค้ำประกันเงินกู้จำเลยที่ ๒ จึงยังผูกพันตามสัญญาค้ำประกัน พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2510 นายธนาการ แซ่เตีย โจทก์ นายบุญธรรม อารีรมย์ ที่ 1 นายประสพ กองกาญจน์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายธนาการ แซ่เตีย · จำเลย - นายบุญธรรม อารีรมย์ ที่ 1 นายประสพ กองกาญจน์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จินตา บุณยอาคม · สวิง ลัดพลี · สว่าง ภูวะปัจฉิม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายไพจิตร ปุญญพันธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิริยะ เกิดศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 2307/2518ฎีกา 4790/2533ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2732/2534ฎีกา 698/2537ฎีกา 149/2526ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1969/2515ฎีกา 421/2532ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2752/2537ฎีกา 2460/2517ฎีกา 280/2505ฎีกา 7937/2538ฎีกา 5647/2537ฎีกา 873/2508ฎีกา 1234/2508ฎีกา 6455/2538ฎีกา 916/2509ฎีกา 3801/2565ฎีกา 3502/2532ฎีกา 1658/2534ฎีกา 3352/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา