คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1155/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตายในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา และไม่มีผู้ใดยื่นคำขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันถึงแก่ความตาย ศาลฎีกาย่อมมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะคู่ความผู้นั้น.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยคนหนึ่งได้มรณะในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ไม่มีผู้ใดยื่นคำขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะ และไม่มีคู่ความฝ่ายใดยื่นคำขอให้ศาลหมายเรียกผู้ใดเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่จำเลยผู้นั้นมรณะ ศาลฎีกาย่อมมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยผู้นั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 ข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยผู้มรณะจึงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ส่วนข้อพิพาทที่เกี่ยวกับจำเลยอื่น ถ้าไม่อาจเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ซึ่งยุติแล้วนั้น ก็ไม่เป็นประโยชน์แก่การวินิจฉัยต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามและจำเลยที่ ๑ กับที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนตั้งโรงงานทำอิฐดินเผา หุ้นส่วนมอบอำนาจให้โจทก์ที่ ๑ กู้เงินจากธนาคาร โจทก์ที่ ๑ จึงทำใบมอบอำนาจให้จำเลยที่ ๑ ไปทำสัญญากู้แทนโดยไม่ได้กรอกข้อความในใบมอบ จำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๓ สมคบกันใช้ใบมอบอำนาจนั้นโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของหุ้นส่วนให้จำเลยที่ ๓ ต่อมาโจทก์จำเลยตกลงกันโดยจำเลยที่ ๑, ๒ ขายหุ้นแก่โจทก์ และจำเลยที่ ๓ จะขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคืนให้แก่โจทก์ แต่แล้วไม่ได้ขายให้ ขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดินและให้จำเลยที่ ๑, ๒ ขาดจากหุ้นส่วน
จำเลยที่ ๑ ให้การว่า โจทก์ที่ ๑ มอบอำนาจให้จำเลยที่ ๑ ขายที่ดิน จำเลยที่ ๑ ยังเป็นหุ้นส่วน
จำเลยที่ ๒ ให้การว่าเป็นภริยาจำเลยที่ ๑ รับว่าเป็นความจริงตามฟ้องแต่จำเลยที่ ๒ ไม่ได้สมคบกับจำเลยที่ ๑, ๓
จำเลยที่ ๓ ให้การว่าซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโดยสุจริตและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายทีดิน และจากการเป็นหุ้นส่วนให้จำเลยที่ ๑, ๒ ขาด
จำเลยที่ ๑, ๓ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขาย นอกจากนี้ยืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ ๓ ถึงแก่กรรม ไม่มีผู้ใดยื่นคำขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้มรณะ และไม่มีคู่ความฝ่ายใดยื่นคำขอให้ศาลหมายเรียกผู้ใดเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันมรณะ ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะตัวจำเลยที่ ๓ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๒
เมื่อจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๓ ข้อพิพาทระหว่างโจทก์และจำเลยที่ ๓ จึงยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ที่ขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขาย
ส่วนฎีกาโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ สมคบกับจำเลยที่ ๓ ฉ้อโกงโจทก์นั้น ไม่เป็นประโยชน์แก่การวินิจฉัยเพราะไม่อาจเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ได้วินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๓ ได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ซื้อขายนั้นได้
พิพากษายกฎีกาโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1155/2510
นายวินิจ แซ่โค้ว ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน โจทก์
นายอิ้วเค่ง แซ่ซิ้ม ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวินิจ แซ่โค้ว ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน · จำเลย - นายอิ้วเค่ง แซ่ซิ้ม ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไฉน บุญยก · มณี ชุติวงศ์ · สว่าง ภูวะปัจฉิม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพัทลุง - นายปลื้ม โชศิษฐยางกูร · ศาลอุทธรณ์ - นายชิต บุณยประภัศร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา