⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 186/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 186/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีการจัดการขายทรัพย์สินให้แก่กันโดยพฤติการณ์ที่คาดหมายได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อจะเอาบำเหน็จ ถือว่ามีข้อตกลงเรื่องค่าบำเหน็จโดยปริยาย แม้ไม่ได้ตกลงจำนวนไว้ชัดเจน ศาลอาจกำหนดค่าบำเหน็จและค่าใช้จ่ายที่จำเป็นตามสมควรได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ให้จำเลยจัดการขายที่ดิน จำเลยได้จัดการขายที่ดินของโจทก์ได้สำเร็จย่อมเป็นกิจการที่ทำให้แก่กันโดยพฤติการณ์ที่คาดหมายได้ว่าย่อมทำให้แต่เพื่อจะเอาบำเหน็จ จึงถือได้ว่าได้ตกลงกันโดยปริยายว่ามีค่าบำเหน็จนายหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 846 แม้จะฟังไม่ได้ว่าตกลงให้ค่านายหน้าแก่กันเป็นจำนวนที่เกินไปจาก 11,000 บาทดังที่จำเลยนำสืบ จำเลยก็ยังมีสิทธิได้ค่าบำเหน็จ เมื่อไม่ได้ความว่าค่าบำเหน็จนั้นได้ตกลงกันเป็นจำนวนเท่าใด และไม่ปรากฏธรรมเนียมในการนี้ ศาลย่อมกำหนดให้เท่าที่กำหนดได้ตามสมควร ส่วนค่าใช้จ่ายในการที่จำเลยได้รับมอบให้จัดการโอนขายที่ดินแทนโจทก์ในภายหลังอีกส่วนหนึ่งนั้น แม้จำเลยไม่สามารถนำสืบให้ฟังได้ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยต้องเสียค่าใช้จ่ายในการนี้แน่นอน ซึ่งจำเลยมีสิทธิเรียกเอาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 816 เมื่อไม่ได้ความว่าค่าใช้จ่ายที่จำเลยเสียไปนั้นไปจำนวนแน่นอนเท่าใด ศาลก็กำหนดให้ได้ตามที่ควรนับว่าจำเป็นต้องใช้จ่ายไปเช่นเดียวกัน (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2510)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.803 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.816 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.845 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.846

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ได้มอบอำนาจให้จำเลยขายที่ดินแก่นางศรีสอางค์เป็นเงิน ๑๕,๓๐๐ บาท จำเลยได้โอนที่ดินแก่นางศรีสอางค์และได้รับเงินมาแล้ว จำเลยยังไม่ได้ให้เงินแก่โจทก์ ขอให้ศาลบังคับ จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ขอให้จำเลยช่วยขายนาที่ดินในราคา ๑๑,๐๐๐ บาท ถ้าขายได้สูงกว่านี้ ส่วนที่เกินให้เป็นของจำเลย จำเลยได้ตกลงขายที่ดินแก่นางศรีสอางค์เป็นเงิน ๑๕,๓๐๐ บาท จำเลยได้มอบเงินให้โจทก์ครั้งแรก ๑,๐๐๐ บาท ครั้งหลังอีก ๙,๖๕๐ บาท โดยจำเลยหักค่าใช้จ่าย ๕๐๐ บาท ค่ารถอีก ๓๕๐ บาท โจทก์รับเงินไปจากจำเลย ๑๐,๖๕๐ บาท เป็นการเสร็จสิ้นแล้ว ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยนำสืบไม่ได้ว่ามีข้อตกลงให้จำเลยได้เงินที่ขายได้เกิน ๑๑,๐๐๐ บาท ค่าใช้จ่ายและค่ารถที่จำเลยอ้างว่าหักไว้ก็ฟังไม่ได้ ทั้งฟังไม่ได้ว่าจำเลยจ่ายเงินแก่โจทก์ไปแล้วสองครั้ง เป็นเงิน ๑๐,๖๕๐ บาท พิพากษาให้จำเลยใช้เงินโจทก์ตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ปัญหาที่ว่าโจทก์ยอมให้เงินส่วนที่เกินจาก ๑๑,๐๐๐ บาท เป็นของจำเลยหรือไม่นั้น ไม่มีหลักฐานพอที่จะรับฟังตามข้ออ้างของจำเลยได้ จำเลยไม่มีสิทธิจะกันเงินที่ขายได้เกิน ๑๑,๐๐๐ บาทไว้เป็นของจำเลย ส่วนข้อที่จำเลยอ้างว่าได้จ่ายเงินให้แก่โจทก์แล้วนั้น ก็ฟังไม่ได้ อย่างไรก็ดี ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า การที่จำเลยช่วยติดต่อจัดการขายที่ดินของโจทก์สำเร็จ ย่อมเป็นกิจการที่ทำให้แก่กันโดยพฤติการณ์ที่คาดหมายได้ว่า ย่อมทำให้แต่เพื่อจะเอาค่าบำเหน็จ จึงถือได้ว่าได้ตกลงกันโดยปริยายว่า มีค่าบำเหน็จนายหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๔๖ แม้จะฟังไม่ได้ว่าได้ตกลงให้ค่านายหน้าแก่กันเป็นจำนวนที่เกินไปจาก ๑๑,๐๐๐ บาทดังจำเลยนำสืบ จำเลยก็ยังมีสิทธิได้ค่าบำเหน็จ แต่เมื่อไม่ได้ความว่าค่าบำเหน็จนั้นได้ตกลงกันเป็นจำนวนเท่าใด และไม่ปรากฏธรรมเนียมในการนี้ ศาลย่อมกำหนดให้เท่าที่อาจกำหนดได้ตามสมควร ส่วนค่าใช้จ่ายที่จำเลยได้รับมอบให้จัดการโอนขายที่ดินแทนโจทก์ในภายหลังอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งจำเลยอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่าย ๕๐๐ บาท ค่ารถ ๓๕๐ บาท นั้น จำเลยก็ไม่สามารถนำสืบให้ฟังได้อีกเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ดี ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยต้องเสียค่าใช้จ่ายในการนี้แน่นอน ซึ่งจำเลยมีสิทธิเรียกเอาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๘๑๖ เมื่อไม่ได้ความว่าค่าใช้จ่ายที่จำเลยเสียไปเป็นจำนวนแน่นอนเท่าใด ศาลก็กำหนดให้ได้ตามที่ควรนับว่าจำเป็นต้องใช้จ่ายไปเช่นเดียวกัน เงินค่าบำเหน็จนายหน้าและค่าใช้จ่ายในการเป็นตัวแทนนี้ศาลฎีกาเห็นควรกำหนดให้รวมเป็นเงิน ๘๐๐ บาท ซึ่งจำเลยหักออกจากเงินที่ต้องใช้คืนแก่โจทก์ คงเหลือเงินที่จำเลยต้องชำระคืนแก่โจทก์ ๑๔,๕๐๐ บาท พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ ๑๔,๕๐๐ พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 186/2510 นายสง่า ผลนิมิตร โจทก์ นายผล แสงจันทร์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสง่า ผลนิมิตร · ล. - นายผล แสงจันทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · สุทิน เกษคุปต์ · ไฉน บุญยก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระยอง - นายแต่ง ทองภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุปผเวส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 707/2507ฎีกา 5523/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 2675/2527ฎีกา 53/2525ฎีกา 735/2491ฎีกา 114/2536ฎีกา 1972/2500ฎีกา 1451/2512ฎีกา 6/2475ฎีกา 597/2534ฎีกา 6320/2541ฎีกา 2438/2535ฎีกา 6911/2544ฎีกา 56/2520ฎีกา 7550/2550ฎีกา 2286/2517ฎีกา 6101/2539ฎีกา 5351/2538ฎีกา 1630/2509ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 158/2509ฎีกา 2489/2528ฎีกา 85/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา