คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 567/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีแล้ว คดีนั้นย่อมสิ้นสุดลง ศาลจะดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆ อีกต่อไปไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมให้ครบ โจทก์ไม่ได้เสียภายในกำหนดเวลา ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีโดยถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอเสียค่าธรรมเนียม ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง โจทก์จึงอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งที่ให้ยกคำร้องนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีแล้ว คดีของโจทก์ไม่มีอยู่ในศาล อันศาลจะพึงดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ อีกต่อไป โจทก์จึงขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์วางเงินค่าธรรมเนียมศาล และขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปไม่ได้ จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 มาใช้บังคับดังโจทก์ฎีกาไม่ได้ เพราะมาตรานี้เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการขยายหรือย่นระยะเวลาในคดีที่จะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาอยู่ในศาล
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์จำเลยต่อสู้ว่าเป็นของจำเลย ในวันนัดพร้อม คู่ความดูแผนที่พิพาทและรับว่าราคาที่พิพาทเพิ่มขึ้นเป็น ๖,๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมเพิ่มให้ครบภายใน ๗ วัน ทนายโจทก์ทราบคำสั่งแล้ว โจทก์ไม่เสียค่าธรรมเนียมภายใน ๗ วันตามคำสั่ง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีโดยถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง
ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่าป่วยเพิ่งจะทุเลา จึงรีบมาเพื่อวางเงิน แต่ศาลสั่งจำหน่ายคดีไปแล้ว จึงขอให้ศาลไต่สวนและอนุญาตให้โจทก์วางเงินค่าธรรมเนียมภายในกำหนดเวลาตามแต่ศาลจะเห็นสมควร แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องโจทก์อุทธรณ์คำสั่งที่ให้ยกคำร้องนี้ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นเรื่องทิ้งฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีชอบแล้ว
โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์วางเงินค่าธรรมเนียมศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๓ ได้ จึงขอให้มีคำสั่งอนุญาต และให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนการพิจารณาต่อไป
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความเสร็จไปแล้ว คดีของโจทก์ไม่มีอยู่ในศาล อันศาลจะพึงต้องดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ต่อไปอีกโจทก์จึงขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์วางเงินค่าธรรมเนียมศาล และขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปหลังจากนั้นไม่ได้ และจะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ มาใช้บังคับดังโจทก์ฎีกาก็ไม่ได้ เพราะมาตรานี้เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการขยายหรือย่นระยะเวลาเพื่อให้ดำเนินหรือมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ก่อนสิ้นระยะเวลานั้น ซึ่งหมายถึงว่ายังมีคดีที่จะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาอยู่ในศาล คำร้องของโจทก์จึงต้องยกเสีย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในผลให้ยกฎีกาโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 567/2510
เด็กชายเผชิญ อินหันต์ เด็กหญิงอัญชัญ อินหันต์ ผู้เยาว์ โดยนางฉิม อินหันต์
มารดา ผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์
นายฟู คงช้าง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | อินหันต์ - เด็กชายเผชิญ อินหันต์ เด็กหญิงอัญชัญ อินหันต์ ผู้เยาว์ โดยนางฉิม · โจทก์ - มารดา ผู้แทนโดยชอบธรรม · ล. - นายฟู คงช้าง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จินตา บุณยอาคม · สวิง ลัดพลี · ศริ มลิลา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิจิตร - นายสมคิด นิลกำแหง · ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ภูวะปัจฉิม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา