คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 655/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายทรัพย์สินที่เจ้าของที่แท้จริงมิได้ยินยอม แม้จะมีการโอนทะเบียนโดยนายทะเบียน ก็ไม่ทำให้ผู้ซื้อได้กรรมสิทธิ์ และเจ้าของที่แท้จริงย่อมติดตามเอาคืนได้ ผู้ขายต้องรับผิดในความรับผิดฐานรอนสิทธิ์แก่ผู้ซื้อ หากผู้ซื้อไม่รู้ถึงเหตุแห่งการรอนสิทธิ์ในขณะซื้อขาย
ย่อคำพิพากษา
แม้ผู้ขายจะได้รถยนต์มาโดยการโอนต่อนายทะเบียน และการขายให้ผู้ซื้อก็ได้โอนต่อนายทะเบียนก็ดี ก็ไม่ตัดสิทธิ์เจ้าของอันแท้จริงที่จะติดตามเอาคืน การที่เจ้าของอันแท้จริงติดตามเอารถคืนจากผู้ซื้อเช่นนี้ เป็นการรอนสิทธิ์ของผู้ซื้อ การที่ผู้ซื้อยินยอมคืนรถให้แก่เจ้าของอันแท้จริงเอง แต่เมื่อความปรากฏชัดแจ้งแล้วว่ารถคันนั้นเป็นของเจ้าของ การที่ผู้ซื้อคืนรถให้แก่เจ้าของที่แท้จริง จึงเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้อง ถึงการซื้อขายรถยนต์จะได้ทำการโอนซื้อขายกันทางทะเบียน ผู้ขายก็ยังคงมีความรับผิดเพราะเหตุการรอนสิทธิ์อยู่ เมื่อผู้ซื้อมิได้รู้ในขณะซื้อขายว่ามีเหตุรอนสิทธิ์เกิดขึ้น ผู้ขายก็ต้องรับผิดตามกฎหมาย
แม้การซื้อขายรถยนต์จะได้กระทำในกองทะเบียนกรมตำรวจ โดยมีการตรวจสอบ กระทำโดยสุจริตและเปิดเผยก็ตาม ก็ไม่ใช่เป็นการซื้อขายในท้องตลาด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขายรถยนต์ให้โจทก์และรับเงินไปจากโจทก์แล้ว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มายึดรถยนต์ไปโดยอ้างว่าเป็นของผู้มีชื่อ ผลของการตรวจพิสูจน์แล้วปรากฏว่ารถคันนี้เป็นของนายไมตรี โจทก์จึงต้องคืนรถให้แก่เจ้าของอันแท้จริงไป จำเลยจึงต้องรับผิดใช้ราคารถ และค่าเสียหายแก่โจทก์ โจทก์ทวงถามแต่จำเลยก็เพิกเฉยจึงขอให้ศาลบังคับ
จำเลยสู้ว่า การซื้อขายรถยนต์ได้กระทำ ณ กองทะเบียนกรมตำรวจซึ่งได้ตรวจสอบถูกต้องแล้ว เป็นการกระทำโดยสุจริต เปิดเผย และเป็นการโอนขายกันในท้องตลาด ทั้งจำเลยก็ได้ซื้อรถยนต์คันนี้มาจากผู้มีชื่อในทะเบียนโดยถูกต้อง และทำการโอนซื้อขายกันที่กองทะเบียนเช่นเดียวกัน จำเลยไม่รับรองว่ารถคันที่โจทก์ซื้อไปเป็นของนายไมตรี ตำรวจมิได้คืนรถให้นายไมตรี แต่โจทก์คืนให้เองโดยมิได้แจ้งให้จำเลยทราบเพื่อโต้แย้ง การกระทำของโจทก์ไม่สุจริตและเป็นความผิดของโจทก์เอง จำเลยไม่ต้องรับผิด
จำเลยขอให้เรียกนายกุ่ย เหมือนสวัสดิ์ เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลอนุญาต แต่นายกุ่ยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า รถพิพาทเป็นรถของนายไมตรี แม้การโอนขายจะทำถูกต้องตามระเบียบและวิธีการจดทะเบียน แต่เมื่อมีบุคคลภายนอกมาก่อการรบกวนขัดสิทธิ์โจทก์ จำเลยต้องรับผิดในผลนั้น ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชำระค่ารถยนต์คืนแก่โจทก์ คำขออย่างอื่นให้ยก
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 655/2510
นางประภาศรี นางประภา โจทก์
นายเนาว์ จงกลรัตนพร ล.
นายกุ่ย เหมือนสวัสดิ์ จำเลยร่วม
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางประภาศรี นางประภา · ล. - นายเนาว์ จงกลรัตนพร · จำเลยร่วม - นายกุ่ย เหมือนสวัสดิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | แปล บุณยเกียรติ · สอาด นาวีเจริญ · วิเชียร เศวตรุนทร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายจรัส ศรีวรรธนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ภูวะปัจฉิม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา