คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1524/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาซื้อขายที่ทำขึ้นโดยเจตนาลวงนั้นใช้บังคับระหว่างกันไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยให้โจทก์โฆษณาขายที่นาให้ เมื่อขายได้ โจทก์จะหักเอาเงินที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์ จึงได้ทำสัญญาซื้อขายกันหลอกๆ ว่า จำเลยขายนาให้โจทก์ เพื่อจะได้นำไปแสดงแก่บุคคลอื่นให้มาซื้อ ดังนี้ สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยทำขึ้นโดยเจตนาลวง ใช้บังคับระหว่างกันไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 118
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขายนา ๓ แปลงให้โจทก์ ราคา ๑๔,๐๐๐ บาท รับเงินไปแล้ว ๙,๕๐๐ บาท จะไปทำนิติกรรมโอนให้โจทก์ภายในมีนาคม ๒๕๐๗ จำเลยเพทุบายจะยักย้ายไปให้คนอื่น ขอให้ศาลบังคับให้โอน ฯลฯ
จำเลยให้การปฏิเสธ และว่าเดิมจำเลยมีที่ดิน ๓๕ ไร่ นายสยายมี ๒๕ ไร่ นายสยามมี ๔๐ ไร่ จำเลยประสงค์จะขายที่ทั้ง ๓ แปลง โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำเลยมาหลอกจำเลยว่า รู้จักคนที่จะซื้อ ขอให้จำเลยทำหนังสือสัญญาว่าขายที่ดินทั้ง ๓ แปลงให้แก่โจทก์จะได้เป็นหลักฐานแสดงให้ผู้ซื้อเชื่อว่ามีที่ดินแน่นอน จำเลยเชื่อจึงได้ทำสัญญาซื้อขายขึ้น จำเลยไม่ได้ตกลงขายให้โจทก์อย่างแท้จริง ฯลฯ
เมื่อเจ้าพนักงานศาลไปทำแผนที่ นายสยาย นายสยาม ร้องว่าผู้ร้องไม่ได้ขายด้วย จึงร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วม
ศาลชั้นต้นเห็นว่าสัญญาซื้อขายเป็นโมฆะ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นาเป็นของนายสยาย นายสยาม ๒ แปลง เจ้าของมิได้รู้เห็นเป็นคู่สัญญาด้วย จำเลยไม่มีสิทธิเอามาขาย พิพากษายืนในผลที่ให้ยกฟ้อง ไม่ตัดสิทธิจะฟ้องใหม่เกี่ยวกับสัญญานี้
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยให้โจทก์โฆษณาขายที่นาให้ เมื่อขายได้โจทก์จะหักชำระหนี้ที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่ โจทก์จำเลยจึงทำสัญญาหลอกกันไว้เป็นสัญญาซื้อขาย เพื่อจะได้นำไปแสดงแก่ผู้อื่นให้มาซื้อศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์มิใช่ผู้ซื้อนาไว้จากจำเลยจริง ๆสัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลย คู่สัญญาทำขึ้นโดยเจตนาลวง ไม่มีความประสงค์ให้ผูกพันกัน จึงใช้บังคับระหว่างกันไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๘
ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นสัญญาที่โจทก์จำเลยมีเจตนาซื้อขายกันจริง ๆ และไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องใหม่เกี่ยวกับสัญญานี้ นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ประเด็นที่จำเลยยกขึ้นต่อสู้ข้อนี้ฟังขึ้น และเมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยข้อฎีกาของโจทก์ที่ขอให้บังคับจำเลยและจำเลยร่วมให้โอนขายที่นาตามสัญญาให้โจทก์ เพราะสัญญาใช้บังคับกันไม่ได้เสียแล้ว
จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เฉพาะในผลที่ให้ยกฟ้องให้ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1524/2511
นายหม้อ กงจีน โจทก์
นายฟัก แก้วเบี่ยง จำเลย
นายสยาม แก้วเบี่ยง นายสยาย แก้วเบี่ยง ผู้ร้องสอดเป็นจำเลยร่วม
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายหม้อ กงจีน · จำเลย - นายฟัก แก้วเบี่ยง · ผู้ร้องสอดเป็นจำเลยร่วม - นายสยาม แก้วเบี่ยง นายสยาย แก้วเบี่ยง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลัม รุทระวณิช · สวิง ลัดพลี · ลออง จุลกะเศียน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอุทธรณ์ - นายบัญญัติ สุขารมณ์ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา