⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1988/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1988/2511

ป.พ.พ. ม.112, 537, 566 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ให้เช่ารับเงินค่าเช่าภายหลังจากสัญญาเช่าสิ้นสุดลง โดยที่ผู้ให้เช่าได้บอกเลิกการเช่าไปแล้วนั้น ไม่ถือเป็นการทำสัญญาเช่าใหม่ต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลา

ย่อคำพิพากษา

กรณีจะต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 570 ก็เฉพาะแต่ผู้ให้เช่านิ่งเฉยมิได้ทักท้วง ยอมให้ผู้เช่าอยู่ในห้องเช่าต่อไป การที่ผู้ให้เช่าบอกเลิกการเช่าแล้วแต่ยังคงรับเงินค่าเช่าจากผู้เช่าภายหลังจากสัญญาเช่าสิ้นอายุ ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้ถือว่าคู่สัญญาทำสัญญาใหม่ต่อไปไม่มีกำหนดเวลา การที่จำเลยชำระเงินค่าเช่าให้โจทก์ถึงหากเจตนาจำเลยประสงค์จะเช่าห้องพิพาทอยู่ต่อไปก็เป็นแต่เจตนาของจำเลยแสดงออกแต่ฝ่ายเดียว หามีผลเกิดเป็นสัญญาเช่าไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.112 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.570

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.112 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.570 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าตึกแถวของโจทก์มีกำหนด ๑ ปี นับแต่วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๐๗ ครบกำหนด จำเลยไม่ส่งมอบคืนโจทก์ได้บอกเลิกสัญญา ขอให้ศาลบังคับจำเลยและบริวารออกไป และให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ตกลงให้จำเลยเช่า ๓ ปีเรียกเงินประกันความเสียหายจากจำเลยเป็นเงิน ๖,๐๐๐ บาท โจทก์จะคืนให้หากอยู่ไม่ครบ ๓ ปีเมื่อจำเลยเช่าตึกพิพาทมาครบ ๑ ปี โจทก์เรียกเก็บค่าเช่าต่อมาจนถึงวันฟ้อง ถือว่าโจทก์จำเลยตกลงต่ออายุสัญญาเช่าต่อไปอีกไม่มีกำหนดเวลา หากศาลขับไล่จำเลย ก็ให้โจทก์คืนเงิน ๖,๐๐๐ บาท โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า แม้โจทก์ได้รับค่าเช่าจากจำเลยภายหลังที่โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่า ไม่ถือว่าเป็นการต่ออายุสัญญาเช่าโดยไม่มีกำหนดเวลา ฯลฯ วันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นสั่งยกฟ้องแย้ง เพราะเป็นฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไข ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวาร ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายก่อนฟ้อง ๑๙๐ บาท นับแต่วันฟ้องวันละ ๑๐ บาท จนกว่าจำเลยจะออกจากตึกที่เช่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ โจทก์ผู้ให้เช่ารู้ความที่จำเลยผู้เช่ายังครองทรัพย์สินที่เช่าอยู่ จึงได้ทักท้วงโดยวิธีมีหนังสือบอกกล่าวเลิกการเช่าไปยังจำเลยผู้เช่า ให้ออกไปเสียจากห้องเช่าแล้วดังนั้น จึงนำมาตรา ๕๗๐ ขึ้นมาปรับแก่คดีนี้ไม่ได้ กรณีจะต้องด้วยมาตรา ๕๗๐ ก็เฉพาะแต่ผู้ให้เช่านิ่งเฉยมิได้ทักท้วง ยอมให้ผู้เช่าอยู่ในห้องเช่าต่อไปการที่ผู้ให้เช่ายังคงรับเงินค่าเช่าจากผู้เช่าภายหลังจากสัญญาเช่าสิ้นอายุแล้ว ไม่มีกฎหมายบทใดบัญญัติให้ถือว่าคู่สัญญาเป็นอันได้ทำสัญญาใหม่ต่อไปไม่มีกำหนดเวลาโดยเฉพาะคดีนี้โจทก์นำสืบก็ได้ความชัดเจนว่า ที่โจทก์รับเงินค่าเช่าจากจำเลยนั้นเพื่อบรรเทาความเสียหายในกรณีที่จำเลยผู้เช่าละเมิดขัดขืนไม่ยอมออกไปจากห้องเช่าของโจทก์ อีกประการหนึ่ง การที่จำเลยชำระเงินค่าเช่าให้โจทก์นั้น ถึงหากเจตนาของจำเลยประสงค์จะเช่าห้องพิพาทอยู่ต่อไป ก็เป็นแต่เจตนาของจำเลยแสดงออกแต่ฝ่ายเดียว หามีผลเกิดเป็นสัญญาเช่าไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1988/2511 นางสมจิตต์ กฤตศิลป์ โจทก์ นายเจียงยู แซ่เฉ่ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมจิตต์ กฤตศิลป์ · จำเลย - นายเจียงยู แซ่เฉ่ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปันโน สุขทรรศนีย์ · อดุล รัตนปิณฑะ · จำรูญ โชติรัต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสงวน สิทธิไชย · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัส ศรีซรรธนะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 2467/2526ฎีกา 6239/2551ฎีกา 2026/2494ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1036/2506ฎีกา 506/2493ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1292/2523ฎีกา 1593/2524ฎีกา 2224/2528ฎีกา 704/2507ฎีกา 1061/2511ฎีกา 2160/2518ฎีกา 279/2513ฎีกา 136/2503ฎีกา 17923/2557ฎีกา 426/2501ฎีกา 100/2497ฎีกา 374/2510ฎีกา 1376/2512ฎีกา 1188/2497ฎีกา 41/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา