⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 263/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 263/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้คืนคำคู่ความของโจทก์ไปจัดทำใหม่ให้ถูกต้องได้ หากคำคู่ความนั้นไม่ชัดเจนว่าเป็นการยื่นอุทธรณ์หรือฎีกา

ย่อคำพิพากษา

เอกสารที่โจทก์ยื่นต่อศาล โจทก์ได้ใช้แบบพิมพ์ (31) อุทธรณ์ (32) ท้ายอุทธรณ์แล้วมาแก้เป็นฎีกา ในเนื้อหาได้บรรยายเป็นรูปอุทธรณ์คำสั่ง แล้วลงท้ายกลายเป็นขอให้ศาลฎีกาพิพากษา ซึ่งเป็นเรื่องเปะปะปนกันยุ่งไปหมด โดยไม่ทราบแน่ว่าโจทก์ประสงค์จะยื่นเป็นฎีกาเป็นอุทธรณ์หรือเป็นคำร้อง จะว่าเป็นฎีกา แต่แล้วศาลชั้นต้นก็มิได้สั่งรับหรือไม่รับฎีกา เพียงแต่สั่งรวมสำนวนส่งศาลฎีกาเท่านั้น ดังนี้ อาศัยความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจสั่งให้คืนคำคู่ความของโจทก์ไปจัดทำเสียใหม่ให้ถูกต้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง โจทก์ยื่นฎีกาและยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นพร้อมกับฎีกา ขอให้ศาลรับรองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาและมีคำสั่งคำร้องว่า ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นย้ายไปรับราชการศาลอื่นแล้ว จึงรับรอง ให้ไม่ได้ ให้ยกคำร้อง โจทก์จึงยื่นเอกสารลงวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๑๐ ต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "สำเนาให้จำเลย แล้วรวมสำนวนส่งศาลฎีกา" ศาลฎีกาดูเอกสารดังกล่าว โจทก์ได้ใช้กระดาษแบบพิมพ์ (๓๑) อุทธรณ์ (๓๒) ท้ายอุทธรณ์ แล้วขีดฆ่าคำว่าอุทธรณ์ออก แล้วเขียนคำว่าฎีกาแทน และมีการฆ่าข้อความที่เขียนบรรยายไว้ในคำคู่ความนี้จากคำว่า "ศาลอุทธรณ์" ออก ใช้คำว่า "ฎีกา" แทน เป็นการแสดงว่าเป็น "ศาลฎีกา" แต่บางตอนมิได้แก้ไข คงมีคำว่าอุทธรณ์อยู่ตามเดิม การที่โจทก์ใช้กระดาษแบบพิมพ์สำหรับคำคู่ความในลักษณะหนึ่งมาแก้ไขใช้สำหรับอีกลักษณะหนึ่งเช่นนี้ จึงทำให้เกิดการสับสนยากที่จะเข้าใจว่า โจทก์มุ่งจะให้เป็นอะไร โจทก์ได้ใช้แบบพิมพ์ (๓๑) อุทธรณ์ (๓๒) ท้ายอุทธรณ์ มาแก้เป็นฎีกา และบรรยายเนื้อหาเป็นรูปอุทธรณ์คำสั่ง แล้วลงท้ายกลายเป็นขอให้ศาลฎีกาพิพากษา เป็นเรื่องปะปนกันยุ่งไปหมด ไม่ทราบได้ว่าโจทก์ประสงค์ยื่นเป็นฎีกา เป็นอุทธรณ์ หรือเป็นคำร้อง จะว่าเป็นฎีกา ศาลชั้นต้นมิได้สั่งรับหรือไม่รับฎีกา เพียงแต่สั่งรวมสำนวนส่งศาลฎีกาเท่านั้น อาศัยความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘ ประกอบด้วยมาตรา ๑๕ แห่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งคืนคำคู่ความของโจทก์ ไปจัดทำเสียใหม่ให้ถูกต้องภายในกำหนด ๗ วัน แล้วให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไปตามควรแก่กรณี สำหรับในชั้นนี้ ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความของศาลฎีกา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 263/2511 นายวิจิตร มหาสิน กับพวกรวม 2 คน โจทก์ นางใคล ชุณหะจันทน์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิจิตร มหาสิน กับพวกรวม 2 คน · ล. - นางใคล ชุณหะจันทน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ใหญ่ ศาลยาชีวิน · จิตติ ติงศภัทิย์ · ถาวร หุตะโกวิท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายประมุข สวัสดิ์มงคล · ศาลอุทธรณ์ - นายไพฑูรย์ พันธุ์ฟัก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1305/2547ฎีกา 5640/2540ฎีกา 230/2510ฎีกา 4046/2536ฎีกา 913/2538ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 164/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 6911/2544ฎีกา 7937/2538ฎีกา 3604/2533ฎีกา 6321/2544ฎีกา 235/2540ฎีกา 3329/2550ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 801/2515ฎีกา 119/2532ฎีกา 7231/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา