⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 729/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 729/2512

ป.พ.พ. ม.537, 538

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงเรื่องค่าเช่าเป็นสาระสำคัญของการเช่า หากคู่สัญญาไม่ได้ตกลงเรื่องค่าเช่ากันไว้ก่อน สัญญาเช่าก็ยังไม่สมบูรณ์.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาเช่าต่อกันมีข้อความว่า "ผู้ให้เช่าจะยอมให้ผู้เช่า เช่าสถานที่ต่อไปอีกคราวหนึ่งมีกำหนด 10 ปี ในอัตราค่าเช่าอย่างเดิมหรืออัตราค่าเช่าอื่นใดสุดแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะตกลงกัน" นั้นหมายความว่าการที่โจทก์จะยอมให้จำเลยเช่าต่อไป 10 ปีนั้น อัตราค่าเช่าจะเป็นอย่างเดิมก็ดี หรืออย่างอื่นใดก็ดี โจทก์จำเลยจะต้องตกลงซึ่งกันและกันเสียก่อน ซึ่งเป็นสาระสำคัญของการเช่าตามกฎหมาย และเป็นเจตนาของคู่สัญญาด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่ดินเพื่อให้จำเลยสร้างสถานีบริการน้ำมันมีกำหนด ๑๐ ปี ตามสัญญามีใจความสำคัญว่า ถ้าผู้เช่าคือจำเลยร้องขอมาหกเดือนก่อนสิ้นอายุเช่า โจทก์จะต้องให้จำเลยเช่าสถานที่ต่อไปอีกคราวหนึ่งมีกำหนด ๑๐ ปี ก่อนครบกำหนด จำเลยขอต่อสัญญาอีก ๑๐ ปี ในอัตราค่าเช่าตามเดิม โจทก์ไม่ยอม จำเลยต่อสู้ว่า ตามสัญญาไม่ได้ให้สิทธิ์แก่โจทก์เปลี่ยนแปลงอัตราค่าเช่า โจทก์จะต้องยอมให้จำเลยเช่าต่อไปอีก ๑๐ ปี ในอัตราค่าเช่าอย่างเดิม ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า เมื่อจำเลยได้ร้องขอมาหกเดือนก่อนสัญญาสิ้นสุด โจทก์จะต้องให้จำเลยเช่าต่อไปอีก ๑๐ ปี พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การเช่าทรัพย์สินนั้นผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่า ๆ ย่อมเป็นสาระสำคัญ สัญญาเช่นในคดีนี้ระบุว่า "ในอัตราค่าเช่าเดิม หรือ ในอัตราค่าเช่าอื่นใดสุดแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะตกลงซึ่งกันและกัน" ข้อความตอนนี้ใช้คำว่า "หรือ" ฉะนั้น ประโยคที่ว่า "สุดแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายแห่งสัญญาจะตกลงซึ่งกันและกัน" จึงต้องหมายความว่า การที่โจทก์จะยอมให้จำเลยเช่าสถานที่ต่อไปอีก ๑๐ ปีนั้น อัตราค่าเช่าจะเป็นอย่างเดิมก็ดีหรืออย่างอื่นใดก็ดี โจทก์จำเลยจำต้องตกลงซึ่งกันและกันเสียก่อน จะแปลว่าโจทก์จะต้องให้จำเลยเช่าต่อไปอีก ๑๐ ปี ในอัตราค่าเช่าอย่างเดิมแล้ว ผลก็จะกลายเป็นว่าข้อความในสัญญาตอนนี้ได้สิทธิแก่จำเลยฝ่ายเดียว ส่วนโจทก์นั้นไม่มีสิทธิเสนออัตราค่าเช่าเป็นอย่างอื่นซึ่งเป็นการไร้ความหมายและไม่ถูกต้องตามเจตนารมย์ของคู่สัญญา พิพากษากลับให้จำเลยและบริวารออกจากที่เช่า ให้ส่งมอบที่เช่าและสิ่งปลูกสร้างและให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 729/2512 นางสำอาง เภกะนันท์ โจทก์ บริษัทเอสโซ่แสตนดาร์ด ประเทศไทย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสำอาง เภกะนันท์ · จำเลย - บริษัทเอสโซ่แสตนดาร์ด ประเทศไทย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินัย ทองลงยา · วิเชียร เศวตรุนทร์ · พันธ์ นัยวิฑิต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายหิรัญ สถาปนสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายจำเนียร บุญพละ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 1111/2494ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1036/2506ฎีกา 506/2493ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 247/2529ฎีกา 1593/2524ฎีกา 46-48/2522ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1061/2511ฎีกา 1616/2522ฎีกา 5911-5913/2533ฎีกา 2509/2555ฎีกา 2160/2518ฎีกา 3714/2524ฎีกา 136/2503ฎีกา 17923/2557ฎีกา 426/2501ฎีกา 374/2510ฎีกา 1376/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา