⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1416/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การที่ศาลสูงจะยกเหตุที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 243 ขึ้นอ้างได้นั้น ต้องมีเหตุอันสมควร เช่น ทำให้คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเสียหายในการต่อสู้คดี * คำฟ้องแย้งที่ติดมากับคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ ไม่ใช่คำร้องที่ต้องส่งสำเนาให้คู่กรณีอีกฝ่ายทราบล่วงหน้าก่อนสั่งรับคำร้อง

ย่อคำพิพากษา

เหตุที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งตามที่กล่าวไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 นั้น ศาลสูงจะหยิบยกขึ้นอ้างตามมาตรานี้ได้ จะต้องมีเหตุอันสมควร เช่นว่า ทำให้คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเสียหายในการต่อสู้คดีเป็นต้น คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้รับคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ (มีคำฟ้องแย้งติดมาด้วย) โดยมิได้ให้โอกาสแก่โจทก์เป็นระยะเวลาตามที่มาตรา 181 กำหนดไว้นั้น ถ้าโจทก์ไม่พอใจ ก็ชอบที่จะคัดค้านไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 แต่กลับปรากฏว่าโจทก์ยื่นคำแก้คำให้การเพิ่มเติมและฟ้องแย้ง แสดงว่าโจทก์ไม่ติดใจ แม้ในอุทธรณ์ของโจทก์ก็มิได้กล่าวถึงเรื่องนี้ รูปคดีไม่น่าจะเห็นว่าทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จึงเป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ไม่ควรหยิบยกเหตุนี้ขึ้นสั่งยกเลิกกระบวนพิจารณาบางส่วนของศาลชั้นต้น คำฟ้องแย้งที่ติดมากับคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การนั้น ไม่ใช่คำร้องที่อยู่ในบังคับที่จะต้องส่งสำเนาให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าก่อนสั่งรับคำร้องนั้น คำสั่งศาลที่ให้รับคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.181 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.281

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับปัญหากฎหมายนี้มีว่า โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดระยองกล่าวความว่า จำเลยตกลงซื้อที่ดินพร้อมอาคารจากโจทก์ ในราคา ๒๐,๐๐๐ บาท ชำระในวันทำสัญญา ๔,๐๐๐ บาท อีก ๑๖,๐๐๐ บาท จะชำระในวันครบประกาศขาย ๓๐ วัน จำเลยได้รับมอบทรัพย์ให้ครอบครอง ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ชำระส่วนที่ค้าง โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและขอให้ขับไล่จำเลย จำเลยยื่นคำให้การต่อสู้ว่า โจทก์มาขึ้นราคาเป็น ๒๕,๐๐๐ บาทในตอนหลัง จำเลยจึงยังไม่ชำระ แต่ก่อนวันชี้สองสถาน จำเลยขอแก้คำให้การเป็นว่า โจทก์ได้ตกลงขายกับจำเลยใหม่ในราคา ๑๖,๐๐๐ บาทเท่านั้น ยังค้างอยู่อีก ๑๒,๐๐๐ บาท จึงฟ้องแย้งขอให้โจทก์รับเงินที่เหลือนั้น คำสั่งรับคำร้องและสำเนาให้โจทก์แก้ โดยมิได้สั่งให้โจทก์คัดค้าน ๓ วัน และมิได้นัดพิจารณาคำร้องนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๑ (๑) ซึ่งเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ แต่โจทก์ก็มิได้ว่ากระไร กลับยื่นคำร้องแก้เพิ่มเติมคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลย ศาลชั้นต้นฟังตามที่จำเลยอ้าง พิพากษาให้โจทก์แพ้ โจทก์อุทธรณ์ว่าเป็นดังที่ตนกล่าวอ้างโดยมิได้เท้าความถึงเรื่องคำสั่งของศาลชั้นต้นสที่สั่งให้รับคำร้องขอแก้คำให้การ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยอมรับคำร้องแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การโดยมิได้นัดพิจารณาคำร้องและส่งสำเนาให้โจทก์ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย ๓ วัน ซึ่งคำร้องอย่างนี้ไม่ใช่คำร้องฝ่ายเดียว เป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๘๑ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๓ ศาลอุทธรณ์จึงให้ยกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาส่วนนี้เสีย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาส่วนนี้เสียใหม่ จำเลยจึงได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งรับการขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การนั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา หากศาลชั้นต้นสั่งโดยมิชอบ โจทก์ก็ชอบที่จะคัดค้านคำสั่งนั้นติดสำนวนไว้ หาไม่ก็ย่อมยกปัญหานี้ขึ้นในชั้นอุทธรณ์ในภายหลังไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ วรรค ๒ และศาลฎีกากล่าวด้วยว่า คำฟ้องแย้งที่ติดมากับคำให้การนั้น ไม่ใช่คำร้องที่อยู่ในบังคับที่จะต้องส่งสำเนาให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าก่อนสั่งรับ แล้ววินิจฉัยต่อไปว่า ในคดีนี้ไม่ปรากฏว่าโจทก์ติดใจคัดค้านในเรื่องแก้ไขเพิ่มเติมนี้ กลับแสดงให้เห็นว่าโจทก์ต้องการให้ศาลชี้ขาดในประเด็นที่ตนกล่าวอ้างและต่อสู้ไว้ เมื่อรูปคดีไม่น่าจะทำให้โจทก์เสียเปรียบในการต่อสู้คดี ก็ไม่มีเหตุอันสมควรที่ศาลอุทธรณ์จะพึงใช้มาตรา ๒๔๓ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเพื่อหยิบยกปัญหานี้ขึ้นมาเป็นเหตุยกเลิกกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2513 นายอ่อน เรืองฤทธิ์ โจทก์ นายสุวิทย์ เรืองฤทธิ์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอ่อน เรืองฤทธิ์ · ล. - นายสุวิทย์ เรืองฤทธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม ทัตภิรมย์ · จินตา บุณยอาคม · สวัสดิ์ ภู่งาม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระยอง - นายปชา นพรัมภา · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเมธ ทิพยมนตรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 356/2530ฎีกา 7980/2551ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 9028/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 1572/2511ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 2520/2544ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 1733/2498ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา