⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 604/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 604/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าของทรัพย์สินของกลางมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอคืนทรัพย์สินได้ โดยต้องยื่นภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด และศาลจะสั่งคืนทรัพย์สินหากเจ้าของพิสูจน์ได้ว่ามิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด.

ย่อคำพิพากษา

ในคดีอาญาที่โจทก์มีคำขอให้ริบของกลางนั้น เจ้าของทรัพย์สินของกลางจะมีคำเสนอหรือคำร้องต่อศาลชั้นต้นในระหว่างพิจารณาคดีนั้นก็ได้ ซึ่งศาลชั้นต้นจำต้องรับคำเสนอหรือคำร้องนั้นไว้เพื่อพิจารณาและวินิจฉัยต่อไปตามมาตรา 33 วรรคท้าย หรือมาตรา 34 ในกรณีที่ศาลได้สั่งให้ริบทรัพย์สินตามมาตรา 33 หรือ 34 แล้วเจ้าของอันแท้จริงมีสิทธิที่จะทำคำเสนอต่อศาลตามมาตรา 36 ไม่ว่าคดีจะถึงที่สุดหรือไม่ก็ตาม และถ้าปรากฏตามคำเสนอดังกล่าวว่าเจ้าของอันแท้จริงมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้น ศาลก็ต้องสั่งให้คืนทรัพย์สินแก่เจ้าของอันแท้จริงถ้าทรัพย์นั้นยังคงมีอยู่แต่คำเสนอนี้จะต้องกระทำต่อศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุดเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.186 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.34 ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรและขอให้ริบรถยนต์ของกลาง โดยเหตุที่เป็นรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิด ระหว่างพิจารณาคดีนี้ของศาลชั้นต้น ผู้ร้องยื่นคำร้องว่ารถยนต์ดังกล่าวเป็นของผู้ร้องให้จำเลยเช่าซื้อไป จำเลยชำระเงินค่าเช่าซื้อเพียง ๒ งวดแล้วไม่ชำระอีก ผู้ร้องได้บอกเลิกสัญญากับจำเลยแล้ว ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้สั่งคืนรถยนต์ของกลางให้ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องร้องมาในฐานะอะไร และไม่มีมูลที่จะอ้างตามกฎหมาย ให้ยกคำร้องเสีย ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีนี้ต่อมาศาลชั้นต้นได้พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดและให้ริบรถยนต์ของกลาง คดีอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ ตามคำร้องของผู้ร้องต้องฟังข้อเท็จจริงก่อน พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องและทำการไต่สวนจนสิ้นกระแสความแล้วมีคำสั่งต่อไป โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ มีความหมายว่า "...เมื่อศาลสั่งให้ริบทรัพย์สินตามมาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๓๔ แล้วไม่ว่าคดีจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ ถ้าปรากฏตามคำเสนอของเจ้าของอันแท้จริงว่ามิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดนั้น ศาลต้องสั่งให้คืนทรัพย์สินแก่เจ้าของอันแท้จริง ในเมื่อทรัพย์สินนั้นยังคงมีอยู่ แต่คำเสนอนี้ต้องกระทำต่อศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุดเท่านั้น ความในมาตรา ๓๖ มิได้บังคับว่าเจ้าของอันแท้จริงจะมีคำเสนอต่อศาลในระหว่างพิจารณาก่อนศาลสั่งริบทรัพย์สินนั้นไม่ได้และจะเห็นได้จากมาตรา ๓๓ กับมาตรา ๓๔ ที่มาตรา ๓๖ อ้างถึงว่า ศาลจะริบทรัพย์สินนั้นไม่ได้ ถ้าทรัพย์สินนั้นเป็นของผู้อื่นซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ทั้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๖(๙) คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลจะต้องมีคำวินิจฉัยในเรื่องของกลาง เพราะฉะนั้นเจ้าของทรัพย์สินของกลางในคดีอาญาที่โจทก์มีคำขอให้ริบ จะมีคำเสนอหรือคำร้องต่อศาลชั้นต้นในระหว่างพิจารณาคดีนั้นอยู่ก็ได้ และศาลชั้นต้นจะต้องรับคำเสนอหรือคำร้องนั้นไว้ เพื่อพิจารณาต่อไปเพื่อจะได้มีคำวินิจฉัยในเรื่องริบทรัพย์สินของกลางได้ถูกต้องตามความในวรรคท้ายของมาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๓๔ แต่ถ้าศาลมีคำพิพากษาให้ริบไปแล้ว มาตรา ๓๖ จึงให้โอกาสเจ้าของอันแท้จริงมีคำเสนอต่อศาลในภายหลังได้ในระหว่างพิจารณาของศาลลงโดยไม่มีกำหนดเวลาในระหว่างนี้ เพียงแต่มีกำหนดเวลาบังคับเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วว่า คำเสนอหรือคำร้องนั้นต้องกระทำต่อศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดที่ให้ริบทรัพย์สินนั้น..." พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 604/2514 อัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ นายอุทัย สุโพธิ์ จำเลย บริษัทสยามกลการ จำกัด โดยนายปรีชา พรประภา และนายประเสริฐ ลีลาศ เจริญ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดอุบลราชธานี · จำเลย - นายอุทัย สุโพธิ์ · ลีลาศ - บริษัทสยามกลการ จำกัด โดยนายปรีชา พรประภา และนายประเสริฐ · ผู้ร้อง - เจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินัย ทองลงยา · ประสาท สุคนธมาน · อาจิต ไชยาคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายอุระ หวังอ้อมกลาง · ศาลอุทธรณ์ - นายกุดั่น กลัมพากร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9275/2544ฎีกา 3416/2540ฎีกา 651/2507ฎีกา 1554/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 2437/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 2903/2536ฎีกา 1875/2547ฎีกา 531/2510ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 8617/2547ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3604/2533ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4519/2544ฎีกา 1666/2506ฎีกา 5426/2536ฎีกา 3388/2526ฎีกา 4105/2541ฎีกา 6506/2547ฎีกา 2839/2516ฎีกา 595/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา