⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 670/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 670/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยบางรายโดยให้โจทก์ไปฟ้องเป็นคดีใหม่ ไม่ถือว่าคดีของจำเลยนั้นยังค้างพิจารณาอยู่ และศาลที่สั่งจำหน่ายคดีมีอำนาจสั่งให้โจทก์ไปฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยนี้ซึ่งให้การปฏิเสธโดยให้โจทก์แยกฟ้องเป็นคดีใหม่ เช่นนี้ ถือไม่ได้ว่าคดีของจำเลยยังค้างพิจารณาอยู่ต่อมาเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่ ปรากฏว่าศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา เพราะจำเลยอยู่ในอำนาจศาลคดีเด็กและเยาวชนซึ่งเปิดดำเนินการในจังหวัดนั้นแล้ว ศาลชั้นต้นจึงสั่งจำหน่ายคดี ให้โจทก์ไปฟ้องจำเลยต่อศาลที่มีอำนาจ คำสั่งเช่นนี้ หาเป็นการแก้ไขคำสั่งเดิมซึ่งอ่านแล้วไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.190 พระราชกฤษฎีกากำหนดวันเปิดดำเนินการศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ.2513 ม.3 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 ม.10 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 ม.35

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิม โจทก์ฟ้องจำเลยนี้ร่วมกับนายชัยในข้อหาฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรนายชัยให้การรับสารภาพ จำเลยให้การปฏิเสธศาลจังหวัดเชียงใหม่สั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยนี้ ให้โจทก์แยกฟ้องมาใหม่ภายใน ๗ วัน โจทก์จึงฟ้องจำเลยนี้เป็นคดีใหม่ภายในเวลาที่ศาลกำหนด ศาลจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งว่า เนื่องจากศาลคดีเด็กฯ ได้เปิดดำเนินการแล้วจึงเห็นสมควรและมีคำสั่งให้โจทก์ไปดำเนินการฟ้องจำเลยต่อศาลที่มีอำนาจภายในกำหนด ๓๐ วัน จำหน่ายคดี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์แยกฟ้องก็โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๗๖ จึงเป็นคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลที่พิจารณาคดีธรรมดาในขณะที่เปิดดำเนินการศาลคดีเด็กและเยาวชน จึงชอบที่ศาลที่พิจารณาคดีธรรมดานั้นพิจารณาพิพากษาต่อไปจนเสร็จ หรือโอนคดีไปให้ศาลที่มีอำนาจพิจารณาตามความในมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. ๒๔๙๔ ทั้งการที่ศาลได้อ่านคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องแล้ว ต่อมาโจทก์ได้ยื่นฟ้องตามคำสั่ง การที่ศาลสั่งให้โจทก์ไปฟ้องยังศาลคดีเด็กและเยาวชนจึงเป็นการแก้ไขคำสั่งซึ่งอ่านแล้ว ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๐ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีที่อยู่ในอำนาจศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเด็กและเยาวชนซึ่งศาลที่พิจารณาคดีธรรมดาจะพิจารณาพิพากษาต่อไปได้หรือเห็นสมควรโอนคดีนั้นไปให้ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเด็กและเยาวชนพิจารณาพิพากษา ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน คดีนี้ แม้โจทก์จะได้เคยฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่แต่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ก็ได้สั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยซึ่งให้การปฏิเสธเพื่อให้ไปฟ้องเป็นคดีใหม่แล้ว จึงถือไม่ได้ว่าคดีของจำเลยยังค้างพิจารณาอยู่ เมื่อปรากฏว่าวันที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่นี้ ศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่เปิดดำเนินการแล้วตามมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเปิดดำเนินการศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๓ ศาลจังหวัดเชียงใหม่จึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๑๐ การที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ สั่งให้โจทก์ไปฟ้องจำเลยยังศาลที่มีอำนาจไม่เรียกว่าเป็นการแก้ไขคำสั่งซึ่งอ่านแล้วดังโจทก์ฎีกา เพราะคำสั่งเดิมของศาลจังหวัดเชียงใหม่เพียงแต่สั่งให้โจทก์แยกฟ้องใหม่เท่านั้น ส่วนการที่โจทก์จะฟ้องยังศาลใด ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 670/2514 อัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นายประสิทธิ เขื่อนแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดเชียงใหม่ · จำเลย - นายประสิทธิ เขื่อนแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถนอม ครูไพศาล · สุธี โรจนธรรม · เฉลิม กรพุกกะณะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายวินัย วิมลเศรษฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง พุทธสถิตย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 193-194/2531ฎีกา 481/2526ฎีกา 597/2485ฎีกา 1798/2550ฎีกา 913/2538ฎีกา 164/2553ฎีกา 5557/2555ฎีกา 848/2545ฎีกา 406/2482ฎีกา 1957/2515ฎีกา 3423/2548ฎีกา 13516/2553ฎีกา 525/2489ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2226/2547ฎีกา 514/2486ฎีกา 1895/2492ฎีกา 199/2547ฎีกา 4018/2542ฎีกา 6079/2540ฎีกา 3779/2543ฎีกา 766/2491ฎีกา 212/2511ฎีกา 5676/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา