⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2043/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2043/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การปล่อยตัวผู้ถูกเอาตัวไป ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยว หรือผู้ถูกกักขัง โดยผู้นั้นมิได้รับอันตรายสาหัส หรือตกอยู่ในภาวะอันใกล้จะเป็นอันตรายต่อชีวิตก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา ให้ลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งตามมาตรา 316 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับพวกจับ ก. ใส่กุญแจมือพาตัวไป มารดาของ ก. ตามไปทันจำเลย ขอตัว ก. คืน จำเลยเรียกเงินค่าไถ่ 2,000 บาท พวกผู้เสียหายมอบเงิน 2,000 บาทให้จำเลยเพื่อเป็นค่าไถ่ตามที่จำเลยเรียกร้อง แล้วจำเลยจึงได้จัดการปล่อยตัว ก. โดยไม่ปรากฏว่า ก. ได้รับอันตรายสาหัส หรือตกอยู่ในภาวะอันใกล้จะเป็นอันตรายต่อชีวิต พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยได้จัดให้ผู้ถูกเอาตัวไป ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือผู้ถูกกักขังได้รับเสรีภาพก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา โดยผู้นั้นมิได้รับอันตรายสาหัส หรือตกอยู่ในภาวะอันใกล้จะเป็นอันตรายต่อชีวิต ซึ่งมาตรา 316 ให้ลงโทษน้อยกว่าที่กำหนดไว้ แต่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.313 ประมวลกฎหมายอาญา ม.316

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่หลบหนีมีอาวุธปืนติดตัว ขึ้นไปบนบ้านนางสี นางแก้วผู้เสียหาย พูดแสดงตนว่าเป็นเจ้าพนักงาน มีอำนาจหน้าที่ตรวจค้น แล้วเข้าค้นบ้านความจริงมิได้เป็นเจ้าพนักงานและไม่มีอำนาจ เมื่อตรวจค้นจำเลยลักเงินของผู้เสียหายและปืนที่ผู้อื่นฝากไว้ไปด้วย แล้วเพื่อได้มาซึ่งค่าไถ่ จำเลยร่วมกันพาตัวนายโกศลบุตรผู้เสียหายไปโดยควบคุมใส่กุญแจมือ กล่าวหาว่านายโกศลกระทำการเป็นคอมมูนิสต์ เป็นการใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม และข่มขืนใจจำต้องไปตามจำเลย วันเดียวกันบิดามารดานายโกศลติดตามไถ่นายโกศล2,000 บาท คืนจากจำเลยกับพวกได้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 145, 335, 313 และคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ลักไป จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 145, 335 และ 313 ให้ลงโทษตามมาตรา 313 ซึ่งเป็นกระทงหนัก แต่จำเลยได้ให้นายโกศลผู้ที่ถูกจำเลยกับพวกเอาตัวไปได้รับเสรีภาพก่อนศาลพิพากษา โดยนายโกศลมิได้รับอันตรายสาหัสหรือตกอยู่ในภาวะอันใกล้จะเป็นอันตรายต่อชีวิต จึงให้ลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ตามนัยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 316 ให้จำคุกจำเลยคนละ 7 ปี 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ โจทก์อุทธรณ์ว่า กรณีไม่ต้องด้วยมาตรา 316 ที่จะลดโทษจำเลยส่วนจำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามมาตรา 145, 335 และ 313 ให้ลงโทษตามมาตรา 313 ซึ่งเป็นกระทงหนัก จำคุกคนละ 15 ปี นอกจากที่แก้ยืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยกระทำผิดจริง ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยจะปรับบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 316 ได้หรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าพวกผู้เสียหายได้มอบเงิน 2,000 บาท ให้จำเลยเพื่อเป็นค่าไถ่ตามที่จำเลยเรียกร้อง แล้วจำเลยจึงได้จัดการปล่อยตัวนายโกศลได้รับเสรีภาพ โดยไม่ปรากฏว่านายโกศลได้รับอันตรายสาหัสหรือตกอยู่ในภาวะอันใกล้จะเป็นอันตรายต่อชีวิต พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยได้จัดให้นายโกศลผู้ถูกเอาตัวไป ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือผู้ถูกกักขังได้รับเสรีภาพก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาโดยนายโกศลมิได้รับอันตรายสาหัสหรือตกอยู่ในภาวะอันใกล้จะเป็นอันตรายต่อชีวิต ซึ่งในกรณีเช่นนี้กฎหมายให้ลงโทษน้อยกว่าที่กำหนดไว้แต่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ตามนัยมาตรา 316 แห่งประมวลกฎหมายอาญา พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2043/2515 อัยการจังหวัดศรีสะเกษ โจทก์ นายสวน ภานะโสม ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดศรีสะเกษ · จำเลย - นายสวน ภานะโสม ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัญ อิศระ · จินตา บุณยอาคม · อัศนี เกาไศยนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6320/2533ฎีกา 3204/2522ฎีกา 34/2521ฎีกา 9046/2554ฎีกา 1925/2519ฎีกา 1205/2520ฎีกา 1061/2504ฎีกา 2277/2521ฎีกา 1586/2526ฎีกา 1778-1779/2511ฎีกา 3075/2527ฎีกา 677/2529ฎีกา 3805/2526ฎีกา 1827/2520ฎีกา 332/2531ฎีกา 257/2523ฎีกา 3891/2548ฎีกา 2025/2520ฎีกา 5554/2545ฎีกา 2306/2531ฎีกา 911/2517ฎีกา 1651-1652/2528ฎีกา 465/2527ฎีกา 7742/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา