⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 443/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 443/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยไม่มีเจตนาจะเอาเป็นของตนหรือของผู้อื่น ถือว่ายังไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยแอบเอารถของผู้เสียหายออกมาเพื่อจะขับไปกินข้าวต้มแล้วจะเอามาคืน แสดงว่าไม่มีเจตนาจะเอารถนั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่น การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้เข้าไปในเคหสถานและลักเอารถยนต์จำนวนหนึ่งคันไปโดยทุจริต ในวันเกิดเหตุเจ้าพนักงานจับตัวจำเลยทั้งสามได้พร้อมด้วยรถยนต์ที่จำเลยลักไปและได้สายไฟฟ้า 1 เส้น ที่จำเลยใช้ต่อไฟตรงติดเครื่องยนต์มาเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7)(8), 83 จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 83 ให้จำคุกคนละ 4 ปี สายไฟฟ้าของกลางให้ริบ ส่วนรถยนต์ให้คืนเจ้าทรัพย์ จำเลยที่ 2, 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยขาดเจตนาที่จะลักทรัพย์ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2ซึ่งเป็นคนใช้ของคนในหอพักจิมคอร์ต กับจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้เช่าห้องหนึ่งในหอพักจิมคอร์ตได้ร่วมกันเข็นรถยนต์คันของกลางของผู้เสียหายออกจากโรงรถ มาห่างประมาณ 50 เมตรตรงปากทางออกจากหอพัก ขณะที่จำเลยเปิดกระโปรงหน้ารถเพื่อต่อสายไฟติดเครื่องยนต์อยู่นั้น ร้อยตำรวจตรีเอนก นันทโอสถ กับพวกเจ้าพนักงานตำรวจออกตรวจท้องที่พบเห็นเหตุการณ์เข้าจึงเข้าไปสอบถามว่าเอารถยนต์ของใครมา จะเอาไปไหน จำเลยแจ้งว่าเป็นรถของจิมคอร์ตจะเอาไปกินข้าวต้มโดยไม่ได้บอกเจ้าของ เจ้าพนักงานตำรวจจึงควบคุมตัวจำเลยทั้งสามไว้แล้วเข้าไปสอบถามนางสาวทัศนาวรรณเจ้าของรถ ซึ่งเป็นบุตรเจ้าของหอพัก ได้ความว่าไม่ได้อนุญาตให้จำเลยเอาไป เจ้าพนักงานตำรวจจึงจับตัวจำเลยทั้งสามดำเนินคดีนี้ ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นเพียงคนใช้ จำเลยที่ 3เป็นผู้เช่าหอพักอยู่ ฐานะของจำเลยไม่อาจจะเป็นผู้ถือวิสาสะนำเอารถยนต์ของนายจ้างและเจ้าของหอพักที่อยู่ไปใช้เพื่อขับขี่ไปกินข้าวต้มได้ การกระทำของจำเลยจึงแสดงถึงเจตนาที่จะลักทรัพย์นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามคำผู้เสียหายว่ามารดาผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของจิมคอร์ต เวลาจะใช้รถเคยใช้ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2ขับรถให้ ก่อนเกิดเหตุจำเลยทั้งสามก็เคยแอบเอารถไปใช้จนเสียและมารดาผู้เสียหายต้องออกเงินซ่อมเองก็มี ผู้เสียหายก็ทราบเรื่องแต่ไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายและมารดาได้ห้ามปราม ผู้เสียหายก็ไม่ได้คิดว่าจำเลยจะขโมยรถไปขาย รถในหอพักไม่เคยหาย คดีนี้ผู้เสียหายเพียงแต่อยากเอาไปกินข้าวต้มแล้วกลับมาส่งคืนมากกว่า การกระทำของจำเลยไม่แสดงว่าจำเลยเจตนาจะเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่น ยังไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 443/2515 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายสุวัฒน์ เทศทิม ที่ 1 กับพวก รวม 3 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายสุวัฒน์ เทศทิม ที่ 1 กับพวก รวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กฤษณ์ โสภิตกุล · ประสม เภกะสุต · ถนอม ครูไพศาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6178/2541ฎีกา 1610/2539ฎีกา 3841/2551ฎีกา 632/2513ฎีกา 709/2482ฎีกา 5616/2550ฎีกา 2546/2527ฎีกา 1147/2546ฎีกา 1331/2479ฎีกา 268/2468ฎีกา 1908/2528ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 2597/2516ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 1368/2509ฎีกา 444/2537ฎีกา 3245/2545ฎีกา 1957/2515ฎีกา 18654/2555ฎีกา 3388/2526ฎีกา 16889/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา