⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1175/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1175/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิของคู่สมรสในการจัดการทรัพย์สินของอีกฝ่ายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1468 นั้น ไม่จำกัดอยู่เพียงการเช่าช่วงระหว่างคู่สมรสเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

สามีมีอำนาจที่จะเอาตึกแถวซึ่งภริยาเช่าไปให้ผู้อื่นเช่าได้เพราะสิทธิตามสัญญาเช่าเป็นทรัพย์สินซึ่งสามีมีอำนาจจัดการได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1468 โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าจะได้มีการเช่าช่วงระหว่างสามีภริยากันหรือไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.544 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1468

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ เป็นสามีภริยากัน และเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๘๔๔ ตำบลบ้านพานถม อำเภอพระนคร จังหวัดพระนคร จำเลยได้เช่าตึกแถวเลขที่ ๑๗๔/๑ ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าวของโจทก์ ต่อมาโจทก์ได้ยกที่ดินที่ตึกแถวพิพาทตั้งอยู่ให้เป็นที่ราชพัสดุ แล้วกรมธนารักษ์ยอมให้โจทก์ที่ ๒ เช่าช่วงตึกแถวพิพาทและให้เช่าช่วงได้ ส่วนจำเลยก็ยังคงอยู่ในตึกแถวพิพาทตลอดมา เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าแล้ว จำเลยคงอยู่ต่อมาโดยไม่ได้ทำสัญญาเช่า โจทก์ทั้งสองไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่ในตึกพิพาทต่อไป จึงได้ให้ทนายความมีหนังสือบอกเลิกการเช่าแก่จำเลย จำเลยก็เพิกเฉยจึงขอให้ศาลขับไล่จำเลยและบังคับให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ๑๕๐ บาท นับแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๑๒ จนกว่าจำเลยจะออกไปจากตึกพิพาท จำเลยให้การว่า จำเลยได้เช่าตึกพิพาทจากโจทก์จริง แต่โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะได้ยกกรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกแถวให้กรมธนารักษ์ไปแล้ว โจทก์ที่ ๒ ไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลยเพราะจำเลยไม่ได้เช่าตึกแถวจากโจทก์ที่ ๒ โจทก์ที่ ๒ ไม่ได้ให้โจทก์ที่ ๑ เช่าห้องพิพาท โจทก์ไม่เคยมีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลย ตึกแถวพิพาทให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ ๗๐ บาทขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ที่ ๑ ถึงแก่กรรม โจทก์ที่ ๒ขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอนุญาต ในวันนัดชี้สองสถาน คู่ความแถลงรับว่า จำเลยค้างชำระค่าเช่าตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๑๒ ในอัตราค่าเช่าเดือนละ ๗๐ บาท ค่าเสียหายเท่ากับค่าเช่า โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาแล้ว ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง ให้จำเลยและบริวารออกจากตึกแถวพิพาท ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ที่ ๒ ได้สิทธิการเช่าตึกแถวพิพาทจากกรมธนารักษ์ในระหว่างบอกเลิกสัญญาและฟ้องจำเลยในคดีนี้ เนื่องจากโจทก์ที่ ๑ เป็นสามีของโจทก์ที่ ๒ โจทก์ที่ ๑ จึงมีอำนาจที่จะเอาตึกแถวพิพาทที่โจทก์ที่ ๒ ผู้เป็นภริยาเช่ามาให้จำเลยเช่าได้ เพราะสิทธิตามสัญญาเช่าเป็นทรัพย์สินซึ่งสามีมีอำนาจจัดการได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๖๘ โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะได้มีการเช่าช่วงระหว่างโจทก์ทั้งสามตามฟ้องหรือไม่ และการเช่าทรัพย์นั้นผู้ให้เช่าไม่จำเป็นจะต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์ที่ให้เช่าเสมอไปจึงจะให้เช่าได้ เมื่อจำเลยเป็นผู้เช่าทรัพย์จากโจทก์และได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่าตามสัญญา ย่อมมีหน้าที่ชำระค่าเช่าแก่โจทก์ จำเลยจะกลับคัดค้านว่าผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิให้เช่าหาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1175/2516 นายเคียน ขวัญเมือง ที่ 1 นางสายหยุด ขวัญเมือง ที่ 2 โจทก์ นายฮวงปู่ หรือฮวงมู่ แซ่จิว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเคียน ขวัญเมือง ที่ 1 นางสายหยุด ขวัญเมือง ที่ 2 · จำเลย - นายฮวงปู่ หรือฮวงมู่ แซ่จิว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม กรพุกกะณะ · ประสาท สุคนธมาน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประพจน์ สุขทวี · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ ไวกาสี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 249/2495ฎีกา 608/2491ฎีกา 576/2540ฎีกา 1431/2492ฎีกา 734/2516ฎีกา 767/2518ฎีกา 1523/2535ฎีกา 2505/2524ฎีกา 422/2535ฎีกา 2763/2551ฎีกา 1798/2506ฎีกา 392-393/2488ฎีกา 4193/2530ฎีกา 2241/2521ฎีกา 933/2496ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 6239/2551ฎีกา 948/2501ฎีกา 1388/2500ฎีกา 3785/2545ฎีกา 993/2487ฎีกา 3496/2535ฎีกา 5434/2536ฎีกา 370/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา